นักอนุรักษ์ ชี้ นกกรงหัวจุก ในธรรมชาติลดต่อเนื่องกว่า 90 % ในรอบ 20 ปี เกือบหมดภาคใต้ แค่ 9 % อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ส่อไร้มาตรการคุ้มครอง ดักทางหาก 12 ธ.ค. บอร์ดสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าถอดพ้นบัญชีคุ้มครอง เท่ากับไม่ยึดข้อมูลวิทยาศาสตร์ หวังเอาใจฐานเสียงให้นักการเมืองเท่านั้น
10 ธ.ค. 68 – นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ นักอนุรักษ์ ผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการปลดนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ระบุว่า
ข้อมูลวิทยาศาสตร์บอกเราว่าประชากรนกปรอดหัวโขน (นกกรงหัวจุก)ในธรรมชาติลดลงอย่าง ต่อเนื่อง มากกว่า 90% ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และหายไปจากพื้นที่ธรรมชาติในภาคใต้เกือบหมด
นอกจากนี้การสำรวจทั่วประเทศล่าสุดโดย กรมอุทยานฯ มีประชากรนก เพียง 9% ที่อาศัยในเขตพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งมีกฎหมายพื้นที่คุ้มครอง การจับ การล่า ที่เหลือ อยู่นอกพื้นที่ อนุรักษ์ การถอดถอน นกปรอดหัวโขนออกจาก บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง จะทำให้นกปรอดหัวโขนในธรรมชาติ ซึ่งมีความต้องการทางตลาดสูงมาก จะไม่มีมาตรการทางกฎหมายใดๆ ปกป้องมันอีกต่อไป
ที่สำคัญ นกปรอดหัวโขน เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่ปัจจุบัน อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดๆที่จะถอนมันออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง
“หากในวันที่ 12 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติมีมติให้ถอดถอนนกโปรดหัวโขนออกจากธรรมชาติ การตัดสินใจดังกล่าว จะไม่เป็นไปตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แต่เพียงเพื่อเอาใจฐานคะแนนเสียงของนักการเมืองเท่านั้น”นพ. รังสฤษฎ์ ระบุ