สพม.ราชบุรี จัด Workshop ทำแผน-หลักสูตร ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชน (1 โรงเรียน 3 รูปแบบ) ยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ธ.ค.2568 ณ ไอธารา รีสอร์ท แอนด์ สปา อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ดร.สิทธิพล พหลทัพ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี พร้อมด้วย นายบุญศรี บรรพแสง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เรื่อง “ทำแผนและหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชน (1 โรงเรียน 3 รูปแบบ)”
ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสังเคราะห์แนวทางการพัฒนาหลักสูตรต้นแบบ ที่สามารถตอบสนองต่อความหลากหลายของผู้เรียน โดยเวที Workshop ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ตามโครงการพัฒนาต้นแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชน ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี และโรงเรียนในสังกัด ได้ดำเนินการเพื่อพัฒนาต้นแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นฯ
ประกอบด้วย โรงเรียนต้นแบบ 1 โรงเรียน โรงเรียนนำร่อง 8 โรงเรียน และโรงเรียนร่วมพัฒนา 17 โรงเรียน ที่ผ่านมาได้ดำเนินการครอบคลุมทั้งการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่นและการสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของเด็กและเยาวชน ซึ่งผลที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ช่วยให้โรงเรียนมีแนวทางการจัดการศึกษาใหม่ๆ
แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในสังคม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามโครงการพัฒนาต้นแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชน
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี จึงจัดเวที Workshop ขึ้น โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากร และคณะทำงาน รวมทั้งสิ้น 91 คน มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้โรงเรียนนำร่องนำเสนอผลการดำเนินงาน สรุปและสังเคราะห์โมเดลต้นแบบ สะท้อนผลการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านกระบวนการ World Café
รวมทั้งการจัดทำแผนงานใน 8 กลุ่ม 8 ฐาน และกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์และพลังใจในการขับเคลื่อนการศึกษาที่ยืดหยุ่น การจัดเวที Workshop ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งทั้งสำคัญ ที่จะช่วยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี สามารถพัฒนารูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชนได้อย่างแท้จริง
ดร.สิทธิพล พหลทัพ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี กล่าวว่า เวที “ทำแผนและหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชน (1 โรงเรียน 3 รูปแบบ)” เป็นนโยบาย “เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime)” เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการไทย มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยใช้เทคโนโลยีจัดทำแพลตฟอร์มการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนทุกคน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านหลักสูตรยืดหยุ่นและการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ที่นำนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างพื้นที่ สร้างชีวิต สร้างโอกาศ เพื่อให้เกิด พื้นที่การเรียนรู้ พื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ทางสังคม และ พื้นที่สร้างสรรค์ สร้างโอกาส ให้กับเด็กและเยาวชน ที่ประสพปัญหา โดยมีการจัดการศึกษา ด้วยหลักสูตรที่ยืดหยุ่น เปิดห้องเรียนสร้างโอกาส จนเกิดพื้นที่ห้องเรียนที่ยืดหยุ่น สามารถเกิดกลไกความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ในการโอบอุ้ม คุ้มครอง การช่วยเหลือและส่งต่อ
เพราะฉะนั้นการจัดเวที “ทำแผนและหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชน (1 โรงเรียน 3 รูปแบบ)” จึงเป็นแนวทางที่ทางโรงเรียนจะต้องเปลี่ยนแนวความคิดเดิมๆ ให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน อย่ายึดติด กับ รูปแบบเดิมๆ หรือ ติดเกาะ คุณภาพ ความรู้ ดร.สิทธิพล กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมทางสังคมเพื่อการบริหารและพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืนรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า จากเวที Workshop ทำแผนและหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชน (1 โรงเรียน 3 รูปแบบ) สังเคราะห์หลักสูตรและแผนการดำเนินงาน นโยบายและแนวทางการขับเคลื่อน ได้ข้อค้นพบว่า
โรงเรียนต้องเปิดใจเริ่มต้นจากการเห็นคุณค่า ในสิทธิเด็ก สิทธิทางการศึกษา สิทธิมนุษยชน และ สิทธิพลเมือง พร้อมทั้งเปิดโอกาสการสร้างตัวตนใหม่ การจัดการในรูปแบบใหม่ ตามช่วงวัย โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่การเรียนรู้ สร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ การสร้างหลักสูตรเฉพาะ ตั้งแต่รูปแบบ ผลลัพธ์ จนถึงผลการเปลี่ยนแปลง
รวมไปถึงการติดตามสำหรับพื้นที่ทางสังคม ในการขับเคลื่อนและขยายผล โดยมีภาคีครือข่ายร่วมในการมีพื้นที่สร้างสรรค์ จนสามารถขยายไปสู่พื้นที่ต้นแบบสำหรับการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และสิ่งสำคัญที่สุด คือ เกิดแนวนโยบายในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เพื่อให้เกิดหลักสูตรที่ได้จัดทำขึ้นมา เป็น “หลักประกันการศึกษา” ให้กับเด็กและเยาวชน เกิดนิเวศทางการเรียนรู้และสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนต่อไป
