ทลายเครือข่ายบัญชีม้า รายใหญ่กลางเมืองขอนแก่น ยึดบัญชีธนาคาร 23 บัญชี โทรศัพท์-ซิมนับสิบ สารภาพหาคนเปิดบัญชี ส่งบอสในปอยเปต
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 28 ธ.ค.2568 พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น เข้าจับกุมนายธนบดี หรือโอ๊ต อายุ 32 ปี หนึ่งในขบวนการจัดหาบัญชีม้าเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น
ในข้อหา“เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวด้วยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด” พร้อมตรวจยึดของกลาง เงินสด 43,500 บาท สมุดบัญชีธนาคารรวม 23 บัญชี บัตรเอทีเอ็ม 24 ใบ ซิมการ์ดโทรศัพท์ 24 ซิม โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง ไอแพด 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง และรถยนต์ 1 คัน
พ.ต.อ.วงศกร กล่าวว่า พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ. 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ เร่งกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่อำเภอชุมแพ ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อนหน้านี้จำนวน 3 ราย พร้อมขยายผล

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การว่า มีบุคคลที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปอยเปตเป็นผู้สั่งการ โดยมอบหมายให้นายธนบดี หรือโอ๊ต เป็นผู้จัดหาบุคคลมาเปิดบัญชีม้า และเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามความเคลื่อนไหวของนายโอ๊ต จนทราบว่าพักอาศัยอยู่ในบ้านภายในหมู่บ้านการเคหะ ม.14 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบของกลางจำนวนมากดังกล่าว จึงยึดไว้เป็นหลักฐานและควบคุมตัวมาสอบสวน
โดย นายธนบดี ให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับบอสใหญ่ ซึ่งเป็นคนไทย ประกอบธุรกิจสีเทาและพักอาศัยอยู่ที่ปอยเปต โดยได้รับการว่าจ้างให้จัดหาคนไทยมาเปิดบัญชีม้า ค่าจ้างรายละ 1,500–3,000 บาท เมื่อเปิดบัญชีและได้รับบัตรเอทีเอ็มแล้ว ผู้ถูกว่าจ้างจะไปเปิดใช้ซิมโทรศัพท์เครือข่ายต่าง ๆ จากนั้นจึงส่งมอบสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และซิมโทรศัพท์ ให้กับนายโอ๊ต ก่อนนำส่งต่อให้บอสใหญ่ที่ปอยเปต

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ส่งผลให้ด่านชายแดนปิด จึงยังไม่สามารถนำของกลางไปส่งได้ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดทั้งหมดเสียก่อน อย่างไรก็ตามภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป