เจ้าของโรงแรมดังเดือด บุกโรงพักนาจอมเทียน หลังตำรวจปล่อย 7 วัยรุ่นรัสเซีย บุกโรงแรมยามวิกาล งง? ขอหนังสือรับมอบอำนาจถ้าจะดำเนินคดี พอเอามาให้กลับบอกปล่อยไปแล้ว ด้านตำรวจชี้แจง

วันที่ 31 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายบนห้องสอบสวน สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี เมื่อมีเจ้าของโรงแรมระดับห้าดาวชื่อดัง “แอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน” เดินทางมาขอคำชี้แจงจากตำรวจ หลังปล่อยตัว 7 วัยรุ่นรัสเซีย ที่บุกรุกเข้าไปในโซนอาคารโรงแรมที่ปิดให้บริการชั่วคราว ช่วงเวลาประมาณตี 2 ของคืนที่ผ่านมา (31 ม.ค.) โดยไม่ได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด

น.ส.นวเนตร อายุ 54 ปี เจ้าของโรงแรม กล่าวว่า วันนี้ตนมาพร้อมกับทนายความและผู้จัดการโรงแรม มาขอพบพนักงานสอบสวน เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับการปล่อยตัวกลุ่มวัยรุ่นชาวรัสเซีย 7 คน เป็นชาย 3 หญิง 4 ซึ่งบุกรุกเข้าไปบริเวณอาคารทาวน์เวอร์วิง และอาคารแอมบาสเดอร์วิง เมื่อช่วงตี 2 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 2 อาคาร เป็นโซนที่ปิดให้บริการชั่วคราว

โดย รปภ.ไปพบกลุ่มวัยรุ่นรัสเซีย 7 คน ซึ่งไม่ใช่ลูกค้า โดยมี 2 คน จอดรถจยย.รออยู่ ตรงทางเข้าอาคาร ส่วนอีก 5 คนแอบเข้าไปข้างใน เมื่อ รปภ.สอบถาม ก็อ้างว่าจะมาติดต่อขอเข้าโรงแรม แถมยังมีท่าทีลุกลี้ลุกลนผิดปกติ ก่อนแจ้งตำรวจมาพาทั้งหมดไปโรงพัก

ต่อมา พนักงานโรงแรม ได้เข้าพบตำรวจ ในช่วงประมาณตี 5 เพื่อจะขอดำเนินคดีกลุ่มวัยรุ่นรัสเซีย ในข้อหาบุกรุก เนื่องจากไปพบว่าเชือกที่มัดประตูถูกตัดทิ้งและมีสิ่งของหล่นอยู่บริเวณทางเชื่อมสะพานอาคาร คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มรัสเซียกลุ่มนี้ แต่ตำรวจแจ้งว่า ให้ทำใบหนังสือรับมอบอำนาจมาแจ้งความ แต่เมื่อนำหนังสือมาถึงช่วงเวลาประมาณ 10 โมง ปรากฏว่าตำรวจปล่อยตัวไปทั้งหมดแล้ว แถมอ้างว่า พนักงานของโรงแรมไม่ติดใจดำเนินคดี ซึ่งที่จริงแล้วพนักงานโรงแรมยืนยันว่า จะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

น.ส.นวเนตร กล่าวต่อว่า รู้สึกผิดหวังในการทำงานของตำรวจ ว่าทำไมถึงต้องปล่อยตัวกลุ่มชาวรัสเซียไป หลังเกิดเหตุก็ไม่ยอมไปตรวจที่เกิดเหตุ ทั้งที่โรงแรมพบร่องรอยความเสียหายหลายจุด และไม่แน่ใจว่า กลุ่มวัยรุ่นชาวรัสเซียเข้าไปทำอะไรในอาคารโรงแรม หรือ เข้าไปขโมยของอะไรหรือไม่ ขณะที่ตำรวจชี้แจงเพียงว่า ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เพราะยังไม่ใช่ผู้รับมอบอำนาจ พอมีหนังสือรับรองอำนาจ ก็ยังยืนยันว่าไม่สามารถดำเนินคดีได้ และคำตอบสุดท้าย แจ้งว่ากลุ่มรัสเซียเป็นเยาวชน ก่อนจะปล่อยตัวไป

ขณะที่ผู้สื่อข่าว ได้พูดคุยกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ยืนยันว่า กลุ่มวัยรุ่นรัสเซียทั้ง 7 คน ถูกทำประวัติและยึดพาสปอร์ตไว้หมดแล้ว รวมถึงรถจยย. 2 คัน ที่ขี่เข้าไปภายในโรงแรม เนื่องจากเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เหตุการณ์ซึ่งหน้าของตำรวจ จึงยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีได้ เบื้องต้นอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด รวมถึงให้สืบสวนลงพื้นที่ไปเก็บกล้องวงจรปิด หากพบว่ากลุ่มชาวรัสเซียทั้งหมดกระทำความผิดจริง ก็จะเรียกทั้ง 7 คนรับทราบข้อกล่าวหา หรือออกหมายจับ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน