ตำรวจล่าจับหนุ่มกระบะตู้ทึบ จอดรถริมถนนมอเตอร์เวย์ซ้อมเมียยับ กู้ภัยเข้าไปช่วยเจอไล่รัวยิงรถยางระเบิดจอดวิ่งหนีตายระทึก ก่อนปืนจี้ชิงซาเล้งหนีต่อบังคับเมียเอาลังโฟมคลุมหน้าผ่านชุมชนเมียโดดหนีวิ่งไปขอชาวบ้านช่วย
วันที่ 16 ก.พ.2569 ที่สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์ ชายขับรถกระบะอีซูซุดีแมกซ์ สีขาว ใช้อาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. ยิงใส่รถกู้ภัยมอเตอร์เวย์จนยางแตก บนถนนหลวงหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-อู่ตะเภา กลางดึกที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจพบรถกระบะจอดทิ้งโดยพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ใกล้จุดจอดรถ 4 ปลอก ใบกระท่อมบรรจุถุง 50 ถุงจึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
ล่าสุด เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางหลวง เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน ระบุ ก่อนเกิดเหตุพบรถกระบะตู้ทึบจอดอยู่บริเวณจุดจอดรถฉุกเฉินบนมอเตอร์เวย์ ด้วยความเป็นห่วงจึงเข้าไปตรวจสอบพบชาย-หญิงนั่งอยู่ภายในรถ ฝ่ายชายอ้างว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร แค่ทะเลาะมีปากเสียงกับแฟนสาวเท่านั้น ตนจึงบอกให้ฝ่ายชายใจเย็นๆค่อยๆคุยกัน ก่อนขับรถออกมา
แต่ปรากฎว่ารถกระบะตู้ทึบขับตามมาแล้วใช้อาวุธปืนไล่ยิงรถ กระสุนถูกล้อหลังขวาจนยางแตกและถูกโครงล้อหลังฝั่งขวา ต้องขับรถหนีและหาที่หลบเข้าข้างทาง โชคดีไม่มีทีมเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนกระบะตู้ทึบที่ขับหลบหนีไป ซึ่งช่วงที่ได้เข้าไปสอบถามไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่พบว่าฝ่ายผู้หญิงหน้าตาบอบช้ำอย่างหนักคาดว่าถูกซ้อม
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน ได้ติดตามเจอตัวฝ่ายหญิงชื่อน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ชาว จ.ปทุมธานี หลังมีพลเมืองดีพบตัวฝ่ายหญิงบริเวณข้างทางสภาพถูกทำร้ายหน้าตาปูดบวม ตามร่างกายมีบาดแผลช้ำทั้งตัว พาส่งรพ.บางละมุง ช่วงเวลา 02.00 น. จึงนำตัวมาสอบสวน
ผู้เป็นแม่ ระบุว่า แฟนหนุ่มของลูกสาวชื่อนายนพรัตน์ อายุ 30 ปี คบหากันมา 3 ปีมีลูกด้วยกัน 1 คนวัย 2 ขวบ ลูกเขยมีอาชีพค้าขายส่งใบกระท่อม ขณะเกิดเหตุกำลังพาลูกสาวไปส่งใบกระท่อมให้ลูกค้าในเมืองพัทยา ที่ผ่านมาพอทราบอยู่บ้างว่า ลูกสาวมักถูกลูกเขยทำร้ายร่างกาย แต่ไม่คิดว่าจะทำถึงใบหน้าเละขนาดนี้
ลูกสาวรอดตายมาได้หลังจากแฟนหนุ่มไล่ยิงรถเจ้าหน้าที่กู้ภัยมอเตอร์เวย์แล้วได้ขับรถกระบะตู้ทึบหลบหนีไปจอดข้างทางโดยทิ้งรถไว้แล้วโบกรถซาเล้งที่ขับมาแล้วใช้อาวุธปืนจี้บังคับให้ลูกสาวขึ้นซาเล้งหลบหนีไปด้วยโดยขู่ว่า “หากหนี จะยิงทิ้งให้ตาย” แล้วยังบังคับให้ลูกสาวนำกล่องโฟมขนาดให้คลุมหัวไว้เพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้าที่บอบช้ำ
” ระหว่างทางลูกสาวเห็นว่า นายนพรัตน์กำลังขี่ซาเล้งผ่านเขตชุมชนมีคนอยู่เยอะจึงกระโดดหนีวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ส่วนลูกเขยหนีไปต่อ ลูกสาวบอกถูกทำร้ายทั้งเตะต่อย กระทืบ เอาขวดเหล้าตีหัว และเอาประแจแหวนปากตายทุบตี จะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เคยขอให้ลูกสาวเลิก แต่ก็ถูกนายนพรัตน์ข่มขู่ว่าจะยิงทิ้งทั้งครอบครัว แม่ยังเคยถูกเอาปืนจ่อขู่ยิงทิ้งด้วยหากพาลูกสาวที่ถูกทำร้ายส่งรพ. โชคดีที่ครั้งนี้หากเจ้าหน้าที่กู้ภัยมอเตอร์เวย์ไม่จอดรถช่วยเหลือลูกสาวคงถูกลากไปฆ่าตายไปแล้ว “

