กล้องหน้ารถจับนาทีสลด รถไฟยังไม่ทันพ้น จนท. รีบเลื่อนที่กั้นออก สาว 28 ไม่เห็น ขับพุ่งชนม้าเหล็กเต็มๆจนขาขาด ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา กู้ภัยเล่าระทึก เกือบเจอเหตุซ้ำซ้อน
วันที่ 17 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กล้องหน้ารถจับภาพนาทีเจ้าหน้าที่เปิดที่กั้นทางข้ามทางรถไฟ ขณะที่รถไฟยังไม่หมดขบวน ทำให้สาวที่รออยู่รีบขี่รถพุ่งออกไปด้วยความเร็ว ทำให้ชนกับขบวนรถไฟจนบาดเจ็บสาหัสขาขาด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
โดยเมื่อเวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างอุทยานพานทอง รับแจ้งมีเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับโบกี้รถรถไฟมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณทางข้ามทางรถไฟ ต.หนองกะขะ อ.พานทอง จ.ชลบุรี
ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทา ทะเบียนกทม. ล้มอยู่ข้างทางรถไฟสภาพหน้ารถพังยับเยินข้างกันพบร่าง น.ส.ณัฐติยา (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี สภาพขาขาด อาการสาหัสหมดสติปลุกไม่ตื่น กู้ภัยพยายามปฐมพยาบาลเบื้องต้นและปั๊มหัวใจช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผลเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพบเป็นที่กันทางรถไฟเป็นแผงเหล็กกั้นมีเจ้าหน้าที่คอยปิดเปิดอยู่บริเวณทางข้ามทางรถไฟภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี
จากการสอบถาม นายศิรวัฒน์ แสนหล้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้รับแจ้ง และไปถึงจุดเกิดเหตุเป็นคนแรก เล่าว่า ระหว่างที่ตนไปถึงในที่เกิดเหตุพบ ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นผู้หญิง นอนหมดสติ มีเลือดออกบริเวณขาและพบบาดแผลที่ขาขนาดใหญ่ จึงรีบปฐมพยาบาลและประสานกับทางศูนย์วิทยุ ให้ส่ง อาสาสมัครมาช่วย
ในระหว่างที่ตน และเพื่อนกู้ภัย กำลังช่วยปฐมพยาบาลผู้ได้บาดเจ็บ จู่ๆมีชาวบ้าน และ รปภ. ที่อยู่ในละแวกดังกล่าวตะโกนบอกว่ามีรถไฟกำลังผ่านมาอีก 1 ขบวน ซึ่งจากรางรถไฟและจุดที่ตนกำลังปฐมพยาบาลอยู่นั้นห่างไม่ถึง 10 เมตร พวกตนได้ยินจึง พยายามลากคนเจ็บออกจากรางรถไฟ ให้ไกลที่สุด ก่อนเร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลพานทอง
นายศิรวัฒน์ กล่าวต่อว่า ระหว่างที่ตนกำลังทำแผลผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ทางไม่เห็นเจ้าหน้าการรถไฟมาดึงไม้กั้นรางรถไฟ และไม่บอกว่ารถไฟกำลังจะมา ซึ่งตั้งแต่ตนไปถึงจุดเกิดเหตุจนเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังไม่เห็นเจ้าหน้าที่ที่คอยควบคุมบริเวณจุดดังกล่าวเลย
ตนอยากจะฝากถึงการประสานงานระหว่างรถไฟกับจุดต่างๆให้เคร่งครัดมากกว่านี้ เพราะอาจทำให้เป็นอุบัติเหตุหมู่หรืออุบัติเหตุซ้ำซ้อน จากการที่พวกตนนั่งทำแผลผู้บาดเจ็บ หากชาวบ้านไม่ตะโกนบอก ตนอาจจะไม่มีชีวิตรอด ซึ่งในจุดเกิดเหตุ เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง

