มือดีลอบวางเพลิงป่าชุมชนทุ่งผี จ.จันทบุรี ซ้ำซ้อน 2 รอบในวันเดียว ลามเผาสวนยางชาวบ้านเสียหาย ผู้นำชุมชนประสานชุดเฝ้าเข้ม เร่งล่าตัวรับโทษอาญาหนักทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 22 ก.พ.2569 เกิดเหตุมือดีลอบวางเพลิงเผาป่าชุมชนทุ่งผี พื้นที่ หมู่ 6 ต.ปัถวี อ.มะขาม จ. จันทบุรี หวังหาของป่าไม่สนกฎหมาย ทำชาวบ้านได้รับผลกระทบ ผู้นำท้องถิ่นแจ้งเทศบาลนำรถดับเพลิงฉีดน้ำจนสงบ ไม่ทันข้ามวัน ลอบกลับมาเผาครั้งที่ 2 ลุกลามวงกว้าง

นายพีระเดช ธรรมรังษี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เปิดเผยเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รอบแรก เมื่อเวลาประมาณ 15.15 น. ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า เกิดเหตุไฟไหม้ป่าชุมชนทุ่งผี พื้นที่หมู่ 6 จึงรีบเดินทางมาตรวจสอบ พบเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด และมีเศษใบไม้แห้งเป็นเชื้อไฟอย่างดี โดยเพลิงยังไหม้ลุกลามสวนยางพาราของชาวบ้าน จึงรีบประมาณรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลปัถวี เข้าฉีดน้ำสกัดนานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสงบ พร้อมทั้งฉีดน้ำพรมกองเถ้า เกรงปะทุซ้ำ

ส่วนรอบที่สอง เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังไฟดับ พบเหตุไฟไหม้อีกครั้งบริเวณริมถนนใกล้จุดเดิม แต่ครั้งนี้เพลิงลุกลามเข้าป่าลึก ยากต่อการเข้าถึง จากการนำโดรนขึ้นบินตรวจสอบมุมสูง พบภาพที่น่าตกใจคือมีการจุดไฟพร้อมกัน 2 จุดใหญ่ใจกลางป่า ในลักษณะครึ่งวงกลมเพื่อให้ไฟลุกลามเข้าหากัน ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการวางเพลิงชัดเจน

ล่าสุด นายพีระเดช ได้ประสานงานกับ นายกิตติพงษ์ หอมหวนดี หัวหน้าชุดผลักดันช้างป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ ให้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและวางกำลังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากป่าชุมชนแห่งนี้ มีพื้นที่กว้างขวางถึง 130 ไร่ และเกรงว่าเพลิงจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

จากการประเมินเบื้องต้น พื้นที่ป่ากระถินเทพา และไม้อินทรีย์ ถูกไฟไหม้เสียหายไปแล้วประมาณ 8-10 ไร่ รวมถึงสวนยางพาราของลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบ โดยก่อนหน้านี้เพียง 2 วันเพิ่งเกิดเหตุไฟไหม้ป่าฝั่งตรงข้ามเสียหายไปหลายสิบไร่ ซึ่งมักจะเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูแล้ง

default

ขณะนี้ทางฝ่ายปกครองได้รับรายงานข้อมูลทั้งหมดแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบหาเบาะแสเพื่อติดตามตัว “มือวางเพลิง” มาดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และปกป้องป่าชุมชนย้ำชัดว่าการเผาป่าเพื่อหาของป่าเป็นความผิดทางกฎหมายที่ยอมความไม่ได้ และมีบทลงโทษที่รุนแรง พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484: มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 15 ปี และปรับสูงสุดถึง 100,000 บาท (หากเผาพื้นที่กว้างขวางเกิน 25 ไร่ โทษจำคุกสูงสุดอาจถึง 20 ปี) พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507: จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับสูงสุด 200,000 บาท ป.อาญา มาตรา 220: กระทำให้เกิดเพลิงไหม้จนเสี่ยงเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินผู้อื่น (สวนยางพารา) โทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน