ผบ.ทบ. เยือน ลาว หารือความมั่นคงทุกมิติ ย้ำความร่วมมือกองทัพทั้งสองประเทศ บนพื้นฐานความไว้วางใจ เคารพอธิปไตย ร่วมธำรงเสถียรภาพชายแดนอย่างมั่นคง เสริมสร้างสัมพันธ์แน่นแฟ้น
28 ก.พ. 2569 – พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อม พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และคณะ
เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27–28 ก.พ.2569 ตามคำเชิญของกองทัพประชาชนลาว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และยกระดับความร่วมมือ ด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ

โดยคณะผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พล.ต.วันทอง บุดตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว (เทียบเท่า ผบ.ทบ.) ย้ำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ที่มีการร่วมมืออย่างใกล้ชิด ผ่านการเยือน การประชุม และการตรวจพื้นที่ชายแดนร่วมกัน สะท้อนถึงความไว้วางใจที่มีต่อกัน
สำหรับกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ฝ่ายลาวได้ขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้นและแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่ภูมิภาค พร้อมยืนยันไม่เข้าข้างฝ่ายใด และต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยและเศรษฐกิจชายแดน พร้อมขอให้ไทยผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันข้ามแดนไปยังลาว

ผู้บัญชาการทหารบกยืนยัน พร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคง การศึกษา การฝึกผสม การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการลาดตระเวนร่วมชายแดน พร้อมเร่งเสนอข้อหารือด้านการค้าชายแดนและการผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันกับรัฐบาล และทบทวนการปฏิบัติในส่วนที่กองทัพบกรับผิดชอบ
ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องยกระดับกลไกประสานงาน แต่งตั้งผู้ประสานงานหลัก เพิ่มการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และร่วมมือปราบปรามยาเสพติด การลักลอบค้า รวมถึงแก้ปัญหาโดรนล้ำแดน โดยเน้นการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

ท้ายที่สุด ผู้บัญชาการทหารบกย้ำความพร้อมสนับสนุนทุกประเด็นที่หารือ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองกองทัพให้มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขอบคุณฝ่ายลาวสำหรับความร่วมมือจริงใจและต่อเนื่อง
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก ได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พล.ท.สายใจ กมมะสิด หัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ (เทียบเท่า ผบ.ทสส.) และรองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ ซึ่งระบุว่า การติดต่อประสานงานโดยตรง ในช่วงสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน มีความสำคัญต่อการป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และช่วยรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดน

ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำหลักเขตแดนในพื้นที่ชายแดน การพัฒนาช่องทางสื่อสารเร่งด่วนระหว่างผู้บังคับหน่วยชายแดน การบริหารจัดการปัญหาการลักลอบข้ามแดน และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงปัญหาโดรนและเครือข่ายออนไลน์ พร้อมยืนยันว่าความร่วมมือระดับพื้นที่คือกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน
ต่อมา คณะได้เข้าเยี่ยมคำนับ พล.อ.คำเลียง อุทะไกสอน รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ซึ่งกล่าวต้อนรับและแสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจของฝ่ายไทย ในการสานต่อความร่วมมือทางทหาร

ทั้งสองฝ่ายได้หารือภาพรวมความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ ทั้งการพัฒนากำลังพล การขยายโอกาสการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารบก การฝึกผสมและการฝึกร่วมหน่วยขนาดเล็ก ความร่วมมือด้านการแพทย์ทหาร และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวชายแดน
รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ย้ำว่า กองทัพทั้งสองประเทศยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน ความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการเคารพซึ่งกันและกัน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของทั้งสองประเทศ และเป็นแบบอย่างความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน

โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประจำปี 2569 ให้แก่ พล.ต.สมพอน มิดตะพอน เจ้าแขวงพงสาลี ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อปี 2547 เป็นศิษย์เก่า ที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ และยังคงรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมรุ่นอย่างใกล้ชิด การมอบรางวัลครั้งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านการศึกษาทางทหารไทย-ลาว ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น คณะได้เดินทางไปวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์นักรบนิรนาม เพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารและผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ อันเป็นการแสดงความเคารพต่อความกล้าหาญ ความเสียสละ และคุณูปการที่มีต่อความมั่นคงของประเทศ

ก่อนเข้าหารือกับ นางครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว ในประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อให้การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเมือง การทูต และความมั่นคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดช่องว่างการประสานงาน
และเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ตลอดจนยกระดับกลไกความร่วมมือไทย–ลาว ให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ