ภูเก็ต สนธิกำลัง บุกรวบ กัปตันเยอรมัน กลางทะเลอันดามัน คาเรือใบหรู จัดทัวร์เถื่อน 10 วัน 10 คืน ขายแพ็กเกจผ่านเว็บ ฟันเงินนักท่องเที่ยวหลักแสนต่อคน คาดมีอีกเพียบ เตรียมสอบขยายผล
13 มีนาคม 2569 – เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง โดยตำรวจ ส.รน.3 กก.8 บก.รน. ร่วมกับ ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบและจับกุมขบวนการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยว โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากเฝ้าติดตามพฤติการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานมาเป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน

จากการสืบสวน พบว่า มีกลุ่มชาวต่างชาติ สัญชาติเยอรมัน ลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่ทะเลอันดามัน โดยใช้วิธีเปิดบริษัทให้เช่าเรือบังหน้า แต่ในความเป็นจริงกลับลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยวผ่านทางเว็บไซต์ ให้กับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน โดยเรียกเก็บค่าบริการในราคาสูงถึงหลักแสนบาทต่อคน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณน่านน้ำจังหวัดภูเก็ต และพบเรือใบหรูต้องสงสัยลำหนึ่ง จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบชายสัญชาติเยอรมัน ทำหน้าที่เป็นกัปตันเรือ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เรือลำดังกล่าว อยู่ภายใต้บริษัท ที่เปิดดำเนินการในลักษณะให้เช่าเรือ แต่มีการนำเรือไปใช้ลักลอบจัดแพ็กเกจท่องเที่ยว ให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายในเรือพบนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน จำนวน 6 คน
จากการสอบถามนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ให้การว่า ได้จองโปรแกรมนำเที่ยวผ่านเว็บไซต์ และชำระเงินค่าบริการล่วงหน้าผ่านบริษัทดังกล่าว โดยเป็นแพ็กเกจล่องเรือท่องเที่ยวในทะเลอันดามันต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 11 วัน

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้จัดทริปและบริษัทที่เกี่ยวข้อง ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวแต่อย่างใด จึงถือเป็นการลักลอบประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต
เจ้าหน้าที่ จึงได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้อง พร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อกล่าวหา “ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และข้อหา “ไม่นำใบอนุญาตใช้เรือมากับเรือ” อันเป็นความผิดตามมาตรา 150 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2535

นอกจากนี้ จากการสืบสวนขยายผลยังพบว่า ในพื้นที่มีการดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย โดยใช้วิธีเปิดบริษัทให้เช่าเรือ หรือใช้บุคคลอื่นถือหุ้นแทน ในลักษณะ “นอมินี” เพื่อบังหน้า ก่อนลักลอบจำหน่ายแพ็กเกจนำเที่ยว ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวของไทย ที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลตรวจสอบและจับกุมผู้ประกอบการที่มีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันต่อไป พร้อมยืนยันว่า จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทย ที่ประกอบธุรกิจอย่างสุจริต และเป็นธรรมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางทะเล