กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าฯชัชชาติ เด้งรับนโยบายรัฐบาล-มหาดไทย เดินหน้า 27 มาตรการประหยัดพลังงานเชิงรุก รัดเข็มขัด 77 หน่วยงานจริงจัง ยืนยัน ไม่กระทบ บริการจำเป็น ของ ประชาชน

18 มี.ค. 2569 – ที่ ศาลาว่าการ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายประหยัดพลังงาน ในทุกหน่วยงานสังกัด กรุงเทพมหานคร 77 หน่วยงานอย่างจริงจัง

เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ภายใต้สถานการณ์ความผันผวนด้านพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ว่า

เร่งขับเคลื่อนมาตรการประหยัดพลังงาน กทม. 2569 จำนวน 27 มาตรการ เพื่อลดการใช้พลังงานในองค์กร และบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า การให้บริการขั้นพื้นฐาน ได้แก่ รถเก็บขยะ รถพยาบาลฉุกเฉิน รถดับเพลิง ภารกิจด้านความปลอดภัยและสาธารณสุข จะยังคงดำเนินการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบัน กทม.กำหนดมาตรการประหยัดพลังงานรวม 27 มาตรการ ซึ่งครอบคลุมทั้งมาตรการเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล ข้อสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย และนโยบาย ผู้ว่าฯกทม.

โดยมีเป้าหมายหลักในการ รัดเข็มขัด ภายในหน่วยงานราชการ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยไม่ให้กระทบต่อภารกิจหลักในการดูแลประชาชน ทั้งการปรับพฤติกรรมในที่ทำงาน เน้นทำงานออนไลน์ ประหยัดไฟ และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26–27 องศาเซลเซียส

สำหรับมาตรการภายใน ที่สำคัญ กทม. ได้ขอความร่วมมือข้าราชการ และบุคลากรปฏิบัติตามแนวทาง อาทิ การลดการใช้พลังงานจากรถยนต์ส่วนกลางลงอย่างน้อย 20% โดยเน้นการวางแผนเส้นทาง การใช้รถร่วมกัน (Car Pool) และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกำหนดให้รถยนต์ส่วนกลางทุกคัน ต้องตรวจสภาพตามรอบ 100% เพื่อประหยัดเชื้อเพลิง รวมถึงการจัดทำแผนการเดินทางในการใช้รถราชการรับ-ส่งเอกสารและบุคลากร

ทั้งนี้ กทม. ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อบริการจำเป็นของประชาชน ได้แก่ รถเก็บขยะ รถพยาบาลฉุกเฉิน รถดับเพลิง และภารกิจด้านความปลอดภัยและสาธารณสุข

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) สำรวจแยกที่มีปัญหาการจราจรติดขัด เพื่อประสานการทำงานร่วมกับ ตำรวจจราจร ในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการแก้ไขปัญหา มาตรการดังกล่าว จะช่วยลดเวลาการจอดติดไฟแดง ลดการใช้น้ำมันโดยไม่จำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางในเมือง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางลดการใช้พลังงานในภาคขนส่งที่เป็นหนึ่งในแหล่งใช้พลังงานหลักของประเทศ

ขณะเดียวกัน สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ใช้ Work From Home (WFH) ในภารกิจที่ไม่กระทบต่อประชาชน และรณรงค์ให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือการใช้รถร่วมกัน (Car Pool) แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ในการเดินทางมาทำงาน งดการเดินทางไปต่างประเทศ และเน้นการประชุมผ่านระบบออนไลน์มากกว่าร้อยละ 80 เพื่อลดการเดินทาง

ด้านการใช้พลังงานในอาคาร กำหนดให้ทุกหน่วยงานเปิดเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิ 26–27 องศาเซลเซียส งดการสวมสูทผูกเนกไทในวันทำงานปกติ (หากไม่ใช่งานพิธีการ) ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นหลังเลิกงาน รวมถึงลดการใช้ลิฟต์ และลดการใช้กระดาษลงร้อยละ 30–50

อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือจากประชาชน ในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณขยะที่จะต้องจัดเก็บ ช่วยลดจำนวนเที่ยวรถเก็บขยะ และลดพลังงานในกระบวนการขนส่ง โดยทิ้งขยะให้ตรงเวลาตามรอบนัดหมาย ณ จุดที่กำหนดเท่านั้น

เพื่อให้รถขยะเข้าเก็บตามรอบปกติ ไม่ต้องเพิ่มชุดเร่งด่วน ออกไปเก็บนอกเวลา ซึ่งจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงของรถขนส่งขยะได้อย่างมาก แนวทางนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงาน การขนส่ง และการจัดการขยะ ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยสำคัญของเมือง

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขต ติดตามสถานการณ์ตามสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน และรายงานสถานการณ์ให้กระทรวงมหาดไทยทราบเป็นระยะ

รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบเซ็นเซอร์จับแสงสว่าง (Light Sensor หรือ Photo Sensor) ของไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะให้สามารถใช้งานได้ ไม่ชำรุด และเปิด-ปิดตามเวลาที่กำหนด

พร้อมทั้งจัดทำ Bangkok Energy Saving Measures Dashboard เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ รายงานผลการดำเนินงานทุก 15 วัน หรือตามความถี่ที่กำหนด เพื่อติดตามความก้าวหน้าและประเมินผลสัมฤทธิ์ของแต่ละมาตรการอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สถานการณ์พลังงานยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เป็นการเตรียมความพร้อมเชิงป้องกัน เพื่อให้เมืองสามารถรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่ร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงาน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสนับสนุนนโยบายของเมือง เพื่อให้การให้บริการประชาชนยังคงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โดย กทม.ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฝ่าวิกฤตพลังงานครั้งนี้ และขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ

“ขอให้พี่น้องประชาชน มั่นใจและไม่ต้องตื่นตระหนก มาตรการทั้งหมดนี้ คือการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อให้เมืองเดินหน้าต่อได้โดยไม่สะดุด เราเริ่มลดการใช้พลังงานจากภายในหน่วยงานราชการก่อน

และขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นพลังสำคัญง่ายๆ เพียงแค่คัดแยกขยะและทิ้งให้ตรงเวลา เพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงในระบบขนส่งขยะของเมือง และร่วมกันฝ่าวิกฤติด้านพลังงานไปพร้อมกัน” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

กรุงเทพมหานคร – https://www.bangkok.go.th/

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน