ตำรวจภูธรจังหวัด-ตรวจคนเข้าเมืองกระบี่ รวบสาวยิว เปิดธุรกิจสอนแต่งหน้า-ทำเล็บบังหน้าขายคลิปหวิว โยงออฟฟิศผี บริษัทนอมินี 3 จังหวัดกว่า 500 แห่ง
วันที่ 23 เม.ย.2569 พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ พรหมเต็ม ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ รับรายงานจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.กระบี่ ร่วมกับ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่ บูรณาการร่วมพาณิชย์ จัดหางาน และสรรพากร เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายบริษัทนอมินีขนาดใหญ่
หลังสืบพบพฤติการณ์ของบริษัทบัญชีแห่งหนึ่ง ลักลอบรับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทให้ชาวต่างชาติ โดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น อำพรางการประกอบธุรกิจในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี การสืบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าวใช้สถานที่ตั้งเดียวกันในการจดทะเบียนบริษัทนอมินีมากถึง 6 บริษัท และมีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่
กระทั่งวันที่ 23 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ได้บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พาณิชย์จังหวัด จัดหางาน สรรพากร และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจค้นสำนักงานในพื้นที่ อ.เมือง จ.กระบี่

ผลการตรวจค้นพบเอกสารจำนวนมากเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทนอมินี ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด รวมกว่า 500 บริษัท อีกทั้งยังพบหลักฐานการช่วยเหลือชาวต่างชาติให้สามารถทำงานและพำนักอยู่ในประเทศไทยโดยมิชอบจำนวนมาก
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบความผิดปกติภายในอาคารชั้น 2 ซึ่งถูกจัดฉากเป็น “ออฟฟิศผี” เพื่ออำพรางการตรวจสอบ โดยมีการนำคอมพิวเตอร์ที่ไม่สามารถใช้งานได้มาวางจัดฉากให้ดูเสมือนสำนักงานจริง พร้อมติดตั้งป้ายชื่อบริษัทต่าง ๆ กว่าร้อยรายการ เพื่อสร้างภาพว่ามีการดำเนินธุรกิจ

โดย เจ้าหน้าที่ชุดสืบ กก.สส.บก.ตม.3 สามารถติดตามจับกุมหญิงสัญชาติอิสราเอล ซึ่งเป็นเครือข่ายบริษัทบัญชีดังกล่าว จดทะเบียนบริษัทในลักษณะสอนแต่งหน้าและทำเล็บบังหน้า แต่จากการสืบสวนพบพฤติการณ์แท้จริงว่า ลักลอบผลิตและจำหน่ายสื่อลามกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ OnlyFans
พร้อมกันนี้ ได้ประสาน สภ.แม่สอด จับกุมบุคคลสัญชาติไทยอีก 2 ราย ทำหน้าที่เป็นนอมินีช่วยเหลือชาวต่างชาติในการจัดตั้งบริษัทจำนวนมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่าย ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) รวมถึงความผิดด้านแรงงานและภาษี
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการทลายเครือข่ายนอมินีรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ และจะมีการขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อปราบปรามการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติประกอบธุรกิจโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจของไทยโดยรวม