พยานเล่าอีกมุม เห็นจะจะ สายตรวจถีบรถจยย.หนุ่มวัย 25 ซิ่งหนีการจับกุม จนคว่ำ ก่อนเสียชีวิตคาที่ หลัง ตร.ออกแถลงชี้แจง เฉี่ยวเก๋งจอดข้างทางคว่ำเอง
วันที่ 24 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี นายศิวนาถ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ที่เสียชีวิตจากการขี่รถจยย.เฉี่ยวชนรถยนต์ ที่จอดอยู่ริมถนนจนพลิกคว่ำ และศีรษะฟาดพื้นอย่างรุนแรง ขณะขับขี่หลบหนีการติดตามของตำรวจสายตรวจ สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง ซึ่งขณะนี้กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง
โดยชนวนเหตุเกิดขึ้นเมื่อมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย พร้อมคำบรรยายอ้างว่า ตำรวจสายตรวจ สภ.มาบตาพุด ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไล่ติดตาม และใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย เป็นเหตุให้รถเสียหลักไปเฉี่ยวชนกับรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทางจนล้มคว่ำ และทำให้ นายศิวนาถ เสียชีวิต
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ได้โพสต์เอกสารชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ขณะที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ สภ.มาบตาพุด กำลังออกตรวจบริเวณหมวดทางหลวงมาบตาพุด ได้พบผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตาม
โดยเมื่อถึงบริเวณถนนหลังวัดมาบตาพุด ผู้ขับขี่ได้โยนกระเป๋าบรรจุยาบ้าจำนวน 106 เม็ดทิ้งข้างทาง ก่อนจะขี่รถหลบหนีต่อไปยังเส้นทางตลาดลานปูน จากนั้นรถได้เสียหลักเฉี่ยวชนกับรถเก๋งที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำและศีรษะผู้ขับขี่ฟาดพื้นจนเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระบุว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหลังวัดมาบตาพุด แสดงให้เห็นภาพตำรวจสายตรวจ สภ.มาบตาพุด 2 คัน (มีตำรวจ 2 นาย) ขับขี่ไล่ติดตามรถจักรยานยนต์ของ นายศิวนาถ เข้าไปยังถนนตลาดลานปูนจนถึงจุดเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีผู้เห็นเหตุการณ์ คือนายเอ (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ได้ออกมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังขับรถออกมาจากหน้าวัดมาบตาพุดและกำลังเลี้ยวเข้าตลาดลานปูน ได้เห็นรถจักรยานยนต์ ตำรวจสายตรวจ สภ.มาบตาพุด 2 คัน ขับขี่ไล่ตามและประกบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายด้วยความเร็วสูง
โดยทั้ง 3 คันได้ขับแซงซ้ายรถเก๋งของตนไป และปรากฏภาพที่ตนอ้างว่าเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย จนทำให้เสียหลักเฉี่ยวชนรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ข้างทาง และล้มคว่ำลง ศีรษะผู้ขับขี่ฟาดพื้นอย่างแรงจนเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยนายเอ มองว่า การกระทำของตำรวจสายตรวจนั้นเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ