ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน โผล่มอบตัว คดีแก๊ง อส. ปล้นแรงงานเมียนมา อ้างเตือนแล้ว บอกถูกหลอกมาทำผิด ด้าน ตร.ส่งผู้ต้องหา 3 คน ฝากขังศาลผัดแรก พร้อมค้านประกัน
วันที่ 20 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าว จ.ชุมพร รายงานว่า จากกรณีที่ตำรวจดำเนินการกวาดล้างแก๊ง อส. และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่ก่อเหตุบุกปล้นบ้านแรงงานชาวเมียนมาในพื้นที่ อ.ท่าแซะ ล่าสุดผู้ต้องหารายที่ 4 ซึ่งเป็น “ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน” ถูกออกหมายจับ ก่อนเข้ามอบตัวที่ สภ.ท่าแซะ ท่ามกลางการสอบสวนเข้ม เพราะคำให้การหลายจุดยังขัดกับหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่
ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 3 ราย ถูกคุมตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดชุมพรเป็นผัดแรก โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว หลังตำรวจคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
เหตุการณ์ทั้งหมดสืบเนื่องจากคดีแก๊ง อส. ร่วมกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บุกปล้นทรัพย์แรงงานชาวเมียนมา ภายในสวนยางพาราพื้นที่หมู่ 17 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ รวมตู้เซฟอีก 1 ใบ ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ท่าแซะ
พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร สั่งระดมทีมสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.ญิติณัฐฏ์ ศรีสังข์ รอง ผกก.สืบสวน ภ.8 และ พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร ลงพื้นที่ไล่แกะรอยจากกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานตามเส้นทางหลบหนี จนนำไปสู่การขออนุมัติศาลจังหวัดชุมพรออกหมายจับผู้ต้องหา
ก่อนหน้านี้ตำรวจจับกุมนายอนุชา ชะชัย หรือ “น๊อต” อายุ 32 ปี ผู้ช่วย อส. พร้อมของกลางจำนวนมาก ทั้งแหวน สร้อยคอ ต่างหู เงินสด รถกระบะ Toyota Vigo Champ สีดำ เสื้อผ้าที่ใช้วันก่อเหตุ รวมถึงทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการ
ขณะเดียวกันยังจับกุมนายสันตินัย ประเสริฐ หรือ “กล้า” อายุ 34 ปี ได้ในพื้นที่ อ.ละแม พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้นขนาด .45 เครื่องกระสุน และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 11 สีดำ
ทั้งคู่ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร มีอาวุธปืน ใช้ยานพาหนะก่อเหตุ รวมทั้งร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขู่ และครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา นายเฉลิมพล หรือ “เมย์” เสวันนา อายุ 35 ปี ชาว อ.ท่าแซะ เดินทางเข้ามอบตัวตามหมายจับ
ล่าสุดวันที่ 20 พ.ค. 2569 ตำรวจ สภ.ท่าแซะ ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ฝากขังต่อศาลจังหวัดชุมพรเป็นผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว และศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
จากนั้นเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่าแซะ นำหมายจับศาลจังหวัดชุมพร เข้าจับกุมนายราม หมวดภักดี อายุ 41 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ภายหลังมีพี่ชายนำตัวเข้ามอบตัวที่ สภ.ท่าแซะ หลังทราบว่าถูกออกหมายจับร่วมก่อเหตุ
ระหว่างสอบสวน นายราม ให้การว่า วันเกิดเหตุเดินทางไปเยี่ยมนายกล้าที่บ้าน เพราะเคยฝึก อส.ร่วมกันเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ก่อนทั้งหมดจะขึ้นรถกระบะ 4 ประตูของน๊อต โดยน๊อตเป็นคนขับ
นายรามอ้างว่า ระหว่างทางนายกล้าชวนออก “หาข่าว” แต่ตนบอกเพียงแวะมาเที่ยวและตั้งใจจะไปดูบั้งไฟพญานาค พร้อมย้ำว่าหน้าที่หาข่าวเป็นของ อส. ไม่ใช่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
จากนั้นเมื่อมาถึงบ้านแรงงานเมียนมา นายน๊อตได้หักรถเลี้ยวเข้าไปทันที ก่อนทุกคนลงจากรถ โดยนายน๊อตกับนายเมย์แยกไปพูดคุยกับแรงงาน ส่วนกล้ายืนอยู่กลางบ้าน ขณะที่ตนนั่งรออยู่ในรถ
ต่อมานายรามอ้างว่า เห็นนายน๊อตกลับมาเปิดรถและยกตู้เซฟขึ้นมาคนเดียว จึงถามว่า “เอาของเขามาทำไม” และบอกให้เอาไปคืน แต่แทนที่จะคืนของ นายน๊อตกลับรีบขับรถออกจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
นายรามยังอ้างอีกว่า ระหว่างทางมีปากเสียงกัน เพราะไม่เห็นด้วยกับการก่อเหตุ พร้อมพูดว่า “เหมือนหลอกพี่มาทำผิด” เนื่องจากตนเป็นผู้นำชุมชน ก่อนถูกนำมาส่งที่บ้าน และแยกย้ายกันไป
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว เนื่องจากหลายประเด็นยังขัดกับพยานหลักฐานที่ชุดสืบสวนรวบรวมไว้ทั้งหมดแล้ว จึงควบคุมตัวนายรามสอบสวนอย่างละเอียดเพิ่มเติมภายในห้องสืบสวน
คดีนี้ถูกจับตาจากสังคมอย่างหนัก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รัฐและผู้นำชุมชนเข้าไปพัวพันหลายราย ขณะที่ตำรวจยืนยันจะขยายผลดำเนินคดีทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด ไม่มีละเว้นแน่นอน
