“หมอบูรณ์” รวมตัวร้อง ผู้ตรวจการแผ่นดิน จี้ทบทวนสูตร CARE ชี้ 70% ได้รับต่ำกว่าเส้นความยากจน ผู้ประกันตน มาตรา 39 เดือดร้อน
9 มิถุนายน 2569 – ที่สำนักงานตรวจการแผ่นดิน นสพ.บูรณ์ อารยพล หรือ หมอบูรณ์ พร้อมด้วยผู้แทนเครือข่ายผู้ประกันตนและภาคประชาชน ผู้พิทักษ์บำนาญมาตรา 39
เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีความเดือดร้อนของ สมาชิกกลุ่มผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่มองว่าไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเท่าเทียมและเหมาะสม

นสพ.บูรณ์ กล่าวว่า วันนี้มาที่ สำนักงานตรวจการแผ่นดิน ด้วยความเดือดร้อนของผู้ประกันตน โดยเฉพาะมาตรา 33 ที่ได้รับการคำนวณบำนาญที่ไม่เป็นธรรม ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา เรื่อง ความเดือดร้อนของผู้ประกันตน เกี่ยวกับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ
“มีการสร้างกลุ่มขึ้นมาเรียกว่า Class Action มีคนที่อยู่ในนั้น 1,506 คน ซึ่งเขาฝากความหวังเอาไว้ เขาได้บำนาญ ใน 1,500 กว่าคน 69-70% ต่ำกว่าเส้นความยากจน คือ 1,708 บาท มีบางคนเท่านั้นที่สูง” นสพ.บูรณ์ กล่าว
นสพ.บูรณ์ กล่าวต่อว่า อยากให้ท่าน ผู้ตรวจการแผ่นดิน รับทราบถึงความเดือดร้อน ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดิน มีหน้าที่ ในเรื่องของการบำบัดความเดือดร้อนของประชาชน และมีอำนาจในการที่จะยื่นฟ้องแทนประชาชน สู่ศาลปกครอง ในการที่จะแก้ไขกฎระเบียบ ซึ่งตัวคำนวณบำนาญชราภาพเป็นกฎกระทรวง สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้เลย เพราะ เรื่องที่เราฟ้องเป็นเรื่องที่ ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นสพ.บูรณ์ กล่าวว่า ผู้ที่มารับหนังสือ คือ นายเมธี มั่นคง รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับเรื่องและชี้แจงว่า จะเร่งดำเนินการหาข้อเท็จจริงภายในระยะเวลา 30 วัน พร้อมทั้งจะพิจารณาประเด็นการหารือเรื่องสูตรคำนวณบำนาญแบบ CARE ที่ผู้ประกันตนมองว่าอาจไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง เนื่องจากยังคงส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนจำนวนมาก
“ก่อนหน้าเคยมายื่นไว้ เรื่องฎีกา 3307 เคยฟ้องไว้เรื่องสูตร CARE ซึ่งมีการคุยกันถึงปัญหา คน 1,500 กว่าคน ก็ไม่คิดว่าสูตร CARE จะแก้ได้ เพราะถ้าผ่านออกมาจริง จะมีผู้ประกันตนมาตรา 33 มาฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้เพิกถอนและเพื่อคุ้มครอง
เพราะฉะนั้น ‘สูตรแคร์ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้’ จึงเสนอแนะว่า ทั้งสูตรปัจจุบันที่เป็นสูตร FAE (Final Average Earnings) กับสูตร CARE (Career Average) ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง ควรจะมีสูตรใหม่“ นสพ.บูรณ์ กล่าว
นสพ.บูรณ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ จะเดินทางต่อไปยังศาลปกครองสูงสุด เพื่อนำร่างคำฟ้องยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด ในการขอเพิกถอนกฎกระทรวงการคำนวณบำนาญชราภาพ เพื่อให้พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือเรียกร้อง คือ 1. ข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์วิธีคำนวณที่เป็นเหตุแห่งการร้องเรียนขอให้ตรวจสอบหลักเกณฑ์ และวิธีคำนวณสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน มาตรา 39 ว่าชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหรือไม่ 2. ประเด็นความไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการขัดต่อคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567
2.1 ขัดต่อหลักการคุ้มครองประโยชน์ สูงสุดของผู้ใช้แรงงานศาลฎีกาได้วางแนวทาง แยกกระเป๋าคำนวณเพื่อไม่ให้ผู้ประกันตนต้องสูญเสียสิทธิอันชอบธรรมจากการเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายการที่สำนักงานประกันสังคมยังคงอ้างอิงและใช้กลวิธีคำนวณตามกฎกระทรวงเก่า ที่ตัดทอนสิทธิย่อมเป็นการฝ่าฝืนแนวบรรทัดฐาน ของคำพิพากษาศาลฎีกา
2.2 ขัดต่อเจตนารมณ์แห่งกฎหมายแม่บท (Ultra Vires) พระราชบัญญัติประกันสังคม มีหมายเหตุท้ายกฎหมายระบุชัดเจนว่า มุ่งหมายสร้าง หลักประกันที่มั่นคงและเป็นธรรมการตราหรือนำกฎกระทรวง ไปบังคับใช้ในทางที่ลิดรอน หรือลดทอนสิทธิของผู้ประกันตน มาตรา 39 ย่อมเป็นการกระทำ ที่เกินอำนาจหน้าที่และขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย
3. ข้อพิจารณาและคำขอต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการดำเนินการของ สำนักงานประกันสังคม, วินิจฉัยว่าการคำนวณดังกล่าว สอดคล้องกับคำพิพากษาศาลฎีกาหรือไม่, เสนอแนะแนวทางแก้ไข เพื่อคุ้มครองสิทธิของ ผู้ประกันตนอย่างเป็นธรรม
สำนักงานตรวจการแผ่นดิน – https://www.ombudsman.go.th/new/