เลขา ป.ป.ส. เตรียมประชุมร่วม ดีเอสไอ รู้ ชื่อ-สกุล ครบทั้งขบวนการ เฮโรอีนล็อต แอร์มีนา จ่อออกหมายจับ 2 ราย ตัวการหลักฝั่งลาว หลังพบหลักฐานชัดเจน แผนประทุษกรรมคล้ายกันหมด
7 ก.ค. 69 – ที่ รพ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยถึงการขยายผลตรวจสอบเครือข่ายลักลอบขนเฮโรอีนข้ามชาติ ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับกรณี น.ส.มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด ที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมตัวเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.69 ว่า

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลในขบวนการได้ตั้งแต่ต้นทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จนเข้ามาถึงประเทศไทย กลางทางคือ ผู้รับหิ้ว และปลายทางในต่างประเทศ
โดยแบ่งเป็นคดีนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับ 2 คดีใหญ่ คือ คดีจับกุมตรวจยึดเฮโรอีน 4 จุดในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเตรียมส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียและไต้หวัน และคดีของแอร์โฮสเตส “มีนา” โดยตรง
ซึ่งพบว่า ทั้ง 2 คดีมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นทางยาเสพติดจาก สปป.ลาว และปลายทางที่ประเทศออสเตรเลีย มีความสัมพันธ์กัน ทั้งยังมีความสัมพันธ์กันในลักษณะเป็นเครือข่าย และใช้กลุ่มบุคคลเดียวกันในการขนส่ง
ล่าสุดอย่างที่ทราบว่า ดีเอสไอ ได้มีการรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ในกรณีของการขยายผลตรวจสอบเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ และในวันศุกร์นี้ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ จะนำพนักงานสอบสวน ประชุมร่วมกับ ป.ป.ส. เพื่อหารือวางแนวทางร่วมกัน
คาดว่า ไม่เกินสัปดาห์หน้า เราจะได้ออกหมายจับบุคคลฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 2 ราย ที่เป็นตัวการหลัก ซึ่งมีทั้งคนโอนเงิน เจ้าของยาเสพติด ระดับพื้นที่
ส่วนจะเป็นคนเดียวกับผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Rose Rose” หรือไม่ มองว่า อาจมีข้อจำกัดแอคเคานต์อวตาร์ตรงนี้อยู่ เรากำลังพิสูจน์ทราบทุกข้อมูลเบาะแส แต่ยังไม่ขอยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ อย่างไร แต่เราเอาข้อมูลตรงนี้ไปติดตามขยายผลอยู่
พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า สำหรับความคืบหน้ากับการหารือกับออสเตรเลีย เรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ ส่วนผู้ต้องหาชาวไทยและสามีภรรยาชาวลาวที่ถูกจับกุมในจังหวัดเลย รวมถึง นายอุทัย ผู้ที่นำพัสดุไปส่งให้ น.ส.มีนา ที่คอนโดมิเนียม ย่านบางนา ก็มีพยานหลักฐานชัดเจนว่า เป็นเครือข่ายเดียวกัน ที่ว่าจ้าง น.ส.มีนา ให้ลำเลียงเฮโรอีน
และมีเป้าหมายจะว่า จ้างกลุ่มแอร์โฮสเตสรายอื่นๆ อีกในการนำเฮโรอีนไปยังออสเตรเลีย แม้วิธีการนำยาเสพติดเข้าประเทศไทยจากประเทศเพื่อนบ้านจะแตกต่างกัน แต่ผู้รับหิ้ว ผู้รับฝาก และผู้รับปลายทางเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวใช้ทั้งลูกเรือสายการบินและประชาชนทั่วไปที่รับจ้างหิ้วยาเสพติดเป็นอาชีพ โดยมีการว่าจ้างเป็นกิจลักษณะ
พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า ฝากเตือนไปยัง นักเรียน นักศึกษา รวมถึงประชาชน ที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง ว่า ขบวนการค้ายาเสพติดไม่เลือกเหยื่อว่า จะประกอบอาชีพใด หากต้องการหารายได้จากการรับจ้างหิ้วสัมภาระ ผ่านการขายน้ำหนักกระเป๋า ก็มีโอกาสถูกหลอกใช้ได้ทุกคน จึงไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้ได้
หากพบว่า สิ่งของที่ได้รับฝากมีลักษณะผิดปกติ ควรรีบนำไปแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพราะหากถูกตรวจพบยาเสพติดภายหลัง จะไม่สามารถใช้ข้ออ้างว่าไม่ทราบเป็นเหตุยกเว้นความผิดได้