ศุลกากรช่องจอม ทลายคลังอาหารนำเข้าเถื่อน สินค้าหมดอายุ ไร้ อย. ยึดของกลางกว่า 1.5 หมื่นรายการ มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2569 นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ “อวสานอาหารหรู” โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดนครราชสีมา เข้าตรวจค้นร้านแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ถ. สุรนารี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา คลังค้าส่งอาหารนำเข้ารายใหญ่ ใจกลางเมืองนครราชสีมา ซึ่งเปิดดำเนินกิจการมานานกว่า 10 ปี โดยพบการกระทำความผิดลักลอบจำหน่ายสินค้าหนีภาษีและสินค้าไม่ได้มาตรฐานจำนวนมาก
นายประสิทธิ์ เปิดเผยว่า การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลและกรมศุลกากร ที่มุ่งเน้นการปกป้องประชาชนจากสินค้าเถื่อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบของด่านศุลกากรช่องจอม ซึ่งดูแลครอบคลุม 3 จังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ นครราชสีมา สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ยกระดับการเฝ้าระวังและรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การขออนุมัติหมายค้นและเข้าตรวจค้นคลังสินค้าดังกล่าว ซึ่งมีพฤติการณ์จำหน่ายสินค้าครบวงจร ทั้งค้าส่ง ค้าปลีก และขายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงมีการปรุงอาหารพร้อมทานจำหน่าย
จากการตรวจสอบภายในคลังสินค้าเพียงแห่งเดียว พบสินค้าประเภทอาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสินค้าอื่นๆ รวมกว่า 15,000 รายการ มูลค่าความเสียหายทางภาษีและมูลค่าสินค้าประมาณ 3,500,000 บาท ในจำนวนนี้พบสินค้าที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ไม่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงตรวจพบสินค้าที่หมดอายุแล้วบางส่วน ซึ่งขณะเข้าตรวจค้นพบว่าทางร้านกำลังเร่งบรรจุสินค้าเพื่อเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้าทั่วประเทศ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเศรษฐกิจ โดยคาดว่าหลังจากนี้ทางเจ้าของร้านจะต้องเข้ามาดำเนินการเซ็นระงับคดีตามขั้นตอนของกฎหมายศุลกากร ก่อนดำเนินการตามระเบียบต่อไป
นายด่านศุลกากรช่องจอม กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่งเนื่องจากสินค้าดังกล่าวถูกกระจายไปยังผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งหลังจากนี้ทางศุลกากรจะยกระดับมาตรการกวาดล้างสินค้าเถื่อนและสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานทุกประเภทอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่สุจริตและปกป้องสังคมตามนโยบายของรัฐบาล

โดยฝากเตือนผู้ประกอบการให้ประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และรับผิดชอบต่อผู้บริโภค อย่าเห็นแก่กำไรส่วนต่างจนละเลยความปลอดภัยของประชาชน เพราะเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าติดตามและเร่งปราบปรามอย่างจริงจังในทุกพื้นที่รับผิดชอบ