ลูกสาวกลับจากหาหมอแทบช็อก ไม่พบ แม่วัย90 ปีอยู่ที่บ้าน ออกตามหาเจอนอนเสียชีวิตปริศนาอยู่ชายป่านานกว่า 8 ชั่วโมง พบรอยแผลที่หัวและรอยเลือด
วันที่ 19 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น.ของวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไร่ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตอยู่ชายป่าหมู่ 10 บ้านพลวงทอง ต.หูช้าง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.มณเทียร แสนเทพ รอง ผกก.สอบสวน, พ.ต.ท.บุญเยี่ยม โพธิ์ศรี รอง ผกก.สืบสวน, ร.ต.อ.ประสงค์ เชื้อนุ่น ร้อยเวร สภ.บ้านไร่ แพทย์เวรโรงพยาบาลบ้านไร่ กู้ภัยอุทัยธานี และกู้ภัย อบต.หูช้าง

ลูกสาวกลับจากหาหมอแทบช็อก ไม่พบ แม่วัย90 ปีอยู่ที่บ้าน ออกตามหาเจอนอนเสียชีวิตปริศนาอยู่ชายป่านานกว่า 8 ชั่วโมง พบรอยแผลที่หัวและรอยเลือด
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกว่า 20 คนที่ชายป่าท้ายหมู่บ้าน พบผู้นอนเสียชีวิตชื่อ นางบุญชู (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 90 ปี สภาพศพสวมเสื้อคอกระเช้าสีแดง สวมผ้าถุงลายเหลือง สภาพศพนอนคว่ำหน้า ลำตัวแข็ง ที่ศีรษะเป็นรอยแผลถลอกยาวประมาณ 1 นิ้ว และบริเวณลำตัวมีรอยถลอก เสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง
ตรวจสอบที่เกิดเหตุใกล้ผู้ตาย พบรอยเลือด และท่อนไม้วางอยู่บริเวณนั้น 1 อัน และค้นตามตัวผู้ตายพบกระเป๋าสตางค์มีเงินสดแบงค์ 20 จำนวน 3 ใบ จำนวน 60 บาท หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.อุทัยธานี เพื่อทำการพิสูจน์หาหลักฐานสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง
จากการสอบถาม นางลำยวน (ขอสงวนนามสกุล) ลูกสาวของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผู้ตายได้มีบ้านขอยู่ 1 หลัง และเกิดไฟไหม้ หลังจากนั้นตนก็รับแม่มาอยู่ที่บ้านด้วย ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร
ในวันที่เกิดเหตุตนได้ไปหาหมอที่ อ.หนองหญ้าไทร จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เวลา 04.00 น. โดยเตรียมสำรับอาหารไว้ให้แม่ โดยแม่จะอยู่คนเดียว ผู้ตายจะไม่ออกไปไหนเพราะว่าแม่จะกลัว
หลังจากนั้นช่วงเวลาจะมืด ตนได้กลับมาจากหาหมอ และได้สอบถามหลานสาวว่า แม่ไปไหน ก็ตอบว่าไม่รู้ ตนจึงออกตามหาบ้านญาติ ๆ ก็ไม่มีใครทราบ และตนก็ได้จำได้ว่าเมื่อ 2 วันที่แล้ว ผู้ตายเคยพูดว่าจะไปเก็บพลูกินหมากที่บ้านเก่าของผู้ตายที่ถูกไฟไหม้
ตนจึงเดินไปดูก็ไม่พบ จึงเดินเลาะตามชายป่า เหลือบไปเห็นแม่นอนอยู่กับดิน จึงรีบเข้าดู และทราบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงรีบบอกพี่ชาย และเพื่อนบ้าน หลังจากนั้นจึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ
ด้าน พ.ต.ท.มณเทียร กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ ซึ่งสภาพศพนั้นเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง จนลำตัวแข็ง เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดจนทำให้สภาพศพที่นอนตากแดดจนดำ น่าจะจะเกิดโรคฮีทสโตรกอากาศร้อนจัด ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
และที่ลูกของผู้ตายสงสัยว่ามีรอยเลือดนั้น ผู้ตายนั้นเป็นคนกินหมาก อาจจะเป็นน้ำหมากของผู้ตายก็เป็นได้ และพบที่ศีรษะเป็นรอยแผลถลอกยาวประมาณ 1 นิ้ว และบริเวณลำตัวมีรอยถลอก เบื้องต้นกองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บดินตรงบริเวณที่มีเลือดไปตรวจสอบ
พร้อมกับนำศพผู้ตายส่งโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ หาสาเหตุการตายอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ทางญาติ ๆ ของผู้ตายสบายใจ
