พ่อวัย74 ปั่นจักรยานมาเก็บของเก่า เห็นรถลูกจอดอยู่ริมถนน เข้าไปดูแทบช็อก พบลูกชายนอนเสียชีวิต เผยคำพูดสุดท้ายเมื่อตอน 7 โมง หลังวันนี้มีนัดหย่ากับภรรยา
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ส.ค.2569 พ.ต.ท.มาโนช ฤทธิพูน สารวัตร(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุมีชายเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์จอดอยู่บริเวณช่องทางคู่ขนานถนนสายเอเชีย ขาออก ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 21 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า feed ทะเบียน พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ ประตูฝั่งคนขับ และฝั่งผู้โดยสารและประตูด้านข้างของรถเปิดออก โดยมีคุณพ่อ อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นพ่อของผู้เสียชีวิตยืนอยู่ข้างรถด้วยอาการตกใจ รอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ่อวัย74 ปั่นจักรยานมาเก็บของเก่า เห็นรถลูกจอดอยู่ริมถนน เข้าไปดูแทบช็อก พบลูกชายนอนเสียชีวิต เผยคำพูดสุดท้ายเมื่อตอน 7 โมง
ตรวจสอบภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี อยู่ที่เบาระรถด้านข้างคนขับที่ปรับเอนนอน สวมใส่เสื้อโปโลสีดำ กางเกงขาสั้นสีเทา ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ภายในรถพบเตาอั้งโล่
จากการสอบถามพ่อของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนขี่จักรยานมาเก็บของเก่าที่ริมถนนสายเอเชีย ซึ่งจุดนี้จะมีคนนำขยะมาทิ้ง และตนจะมาเป็นประจำซึ่งลูกชายรู้ดี จนกระทั่งมาพบว่ารถยนต์ของลูกชายจอดอยู่
จึงได้เปิดรถออกดูพบร่างลูกชายอยู่ที่ฝั่งด้านคนขับ จึงรีบพยายามจะช่วยเหลือลูกชายโดยการขยับตัวลูกชายไปอยู่ด้านข้างคนขับและนำเตาออกจากรถเพราะเกรงว่าไฟจะไหม้
ลูกชายเพิ่งจะแยกทางกับภรรยามาได้ประมาณ 2 ปี แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า มีบุตรด้วยกันสองคน ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น. ลูกชายออกจากบ้านเพื่อไปส่งลูกที่โรงเรียน พร้อมฝากบอกว่า หากวันนี้กลับมาไม่ทันรับลูก ขอให้พ่อไปรับแทน แต่ไม่คิดว่าจะต้องมาพบลูกชายในสภาพดังกล่าว
โดยลูกชายทราบดีว่า ตนจะออกมาเก็บของเก่าบริเวณจุดเกิดเหตุ จึงคาดว่าลูกชายอาจนำรถมาจอดบริเวณดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุการณ์ขึ้น
ลูกชายมีปัญหาเรื่องหนี้สิน และวันนี้มีการนัดหมายกับภรรยาที่จะไปเซ็นหย่ากับภรรยา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีปัญหาทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายกัน จึงไม่คาดคิดว่าปัญหาดังกล่าวจะทำให้ลูกชายตัดสินใจในลักษณะนี้
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบรายละเอียดภายในรถอย่างละเอียด พร้อมเตรียมเชิญบิดาของผู้เสียชีวิตไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการสอบสวน
ส่วนร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธศวรรย์นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จ.ปทุมธานี เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป โดยตำรวจยังต้องรอผลชันสูตรและพยานหลักฐานประกอบ เพื่อสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง
