หลวงพ่ออดุล แจงไม่ได้สนใจ หลังป้าดา-ทายาทตาเฮียง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดหลักฐานเด็ด ขณะที่ชาวบ้านที่ดูการแถลงข่าวบอก ไม่เห็นไม้เด็ดตามคำอ้าง เห็นแต่แหวนวงใหญ่

วันที่ 26 ส.ค. 69 ที่วัดป่าอดุลยาราม ถ.กัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ญาติโยมได้เดินทางมาที่วัด เพื่อทำบุญถวายสังฆทาน พร้อมกับพูดคุยให้กำลังใจกับ พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมา หลังจากที่ได้กลับมาจากกิจนิมนต์

พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านได้นอนหลับพักผ่อนเต็มที่ ทำให้หน้าตาเริ่มสดชื่นแจ่มใส วันนี้ทางทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี พร้อมทนายความ ได้มีการแถลงข่าวที่กทม.ไม่ติดตามดูแต่อย่างใด เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ศาลได้มีการตัดสินไปนานแล้ว

ก็เหมือนการที่เราได้ขึ้นรถโดยสารไปลงที่จังหวัดหนองคาย ก็ถือว่าเป็นการเดินทางสุดเขตประเทศไทยแล้ว การที่ศาลตัดสินออกมาแล้วก็ให้ยึดการตัดสินของศาลเท่านั้น เรื่องอื่นอย่าไปสนใจ เมื่อผู้สื่อข่าวมาถามหลวงพ่อก็ไม่รู้อะไรมากไปกว่าคำตัดสินของศาล ทุกคนก็เป็นมนุษย์ด้วยกัน มีความทุกข์ ความโศก ความโลภ ความหลงเหมือนกัน

ส่วนประเด็นเรื่องสร้างวัดได้อย่างไรนั้นต้องให้กลับไปถามตาเคน ดอนอิสวน ที่ได้ล่วงลับไปแล้วถึงจะได้คำตอบ เพราะคนที่ยังอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถตอบได้ว่าวัดสร้างได้อย่างไร เพราะทางทายาทอยากรู้จริง ก็ต้องหาคำตอบจากตาเคนเท่านั้น หรือจะถามว่านายของ อินทรี สร้างวัดได้อย่างไร ก็ต้องไปถามนายของ แต่จะไปถามคนอื่นก็ไม่รู้เรื่อง

เพราะคนที่ขออนุญาตสร้างวัดป่าอดุลยาราม คือนายเคน ดอนอิสวน หลังจากที่นายเคนได้เสียชีวิตลงไป นายของ ก็เป็นคนขออนุญาตสร้างวัด แล้วนายเฮียง พิมพ์ศรี นำโฉนดที่มาถวายให้กับวัด ทั้ง 3 คนนี้ จะทราบเรื่องการสร้างวัดป่าอดุลยารามเป็นอย่างดี จนทำให้สร้างวัดป่าอดุลยารามขึ้นมาได้สำเร็จ

ขณะที่ที่ตราตั้งที่ได้มาหากไม่ใช่ของจริงก็คงจะเป็นของปลอมทั่วประเทศ แล้วหาเป็นตราตั้งปลอมแล้ว หลวงพ่อจะได้เงินนิตยภัตหรือเงินหนุนพระสงฆ์ หากไม่ใช่พระสงฆ์จริงก็จะไม่ได้เงินนิตยภัต ส่วนหลักฐานเด็ดก็ไม่เห็นจะมีอะไรในการแถลงข่าววันนี้

แม่เอี่ยม อายุ 82 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 เปิดเผยว่า เมื่อครั้งที่ตนเข้ามาอยู่อาศัยใหม่ๆ พื้นที่บริเวณวัดป่าอดุลยารามยังมีสภาพเป็นป่าและพื้นลูกรัง แต่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวรับรู้กันว่าเป็นพื้นที่วัด และมีชาวบ้านจากหลายชุมชนโดยรอบเข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะชุมชนสามเหลี่ยม-สวรรค์ใหม่-ไทยสมุทร รวมถึงชุมชนบริเวณริมทางรถไฟ ก็เข้ามาใช้สถานที่ในวัด ซึ่งในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีความสำคัญกับชาวบ้านอย่างมาก

โดยเฉพาะการช่วยเหลือครอบครัวที่ยากจนและผู้เสียชีวิตที่ไม่มีเงินจัดงานศพ หลายครั้งเมื่อมีศพที่ครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ ทางวัดและคนในชุมชนจะช่วยกันรวบรวมเงิน คนละ 100–200 บาท บางครั้งรวมกันได้เป็นหลักพันบาท เพื่อนำไปช่วยค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจ ถ้าใครไม่มีเงินก็ให้เผาฟรี ถ้าผู้ใดมีเงินก็ให้ตามศรัทธา บางเทื่อก็มีแค่ค่าสัปเหร่อ ค่าฟืนค่าถ่าน ชาวบ้านก็ช่วยกัน คนไม่มีจริง ๆ วัดก็ช่วย

แม่เอี่ยม ยังเล่าถึงการบริหารจัดการวัดในอดีตว่า มีชาวบ้านจากหลายชุมชนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาช่วยเหลืองานวัด ทั้งกรรมการวัดและมัคนายก เมื่อผู้สูงอายุคนเดิมอายุมากขึ้นหรือเสียชีวิต ก็จะมีคนรุ่นต่อมาเข้ามารับหน้าที่แทน โดยชาวบ้านแต่ละชุมชนจะช่วยกันพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาดูแลกิจการของวัด ส่วนกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินวัดที่กำลังเกิดขึ้น ในฐานะชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่มานาน ตนเชื่อมาตลอดว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของวัดและเป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้ร่วมกันมาหลายสิบปี

ยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ในพื้นที่ไม่เคยเห็นหลักฐานของทายาทตาเฮียงตามที่มีการกล่าวอ้าง นอกจากเอกสารที่มีการนำสำเนาจากสำนักงานที่ดินมาแสดงในภายหลัง จากสิ่งที่ตนรับรู้และเห็นการใช้พื้นที่มาตลอดหลายสิบปี จึงไม่เชื่อว่าจะสามารถนำพื้นที่ดังกล่าวกลับไปเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลได้ พร้อมมองว่าการที่ชาวบ้านจำนวนมากร่วมกันทำบุญ บริจาคเงิน และช่วยพัฒนาวัดมาอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ทุกคนทำด้วยความศรัทธา

ตนอยากให้ข้อพิพาทยุติลง และให้ทุกฝ่ายยึดตามหลักฐานและกระบวนการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ โดยย้ำว่าสิ่งที่ตนให้สัมภาษณ์เป็นเพียงสิ่งที่ได้พบเห็นและรับรู้ในฐานะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มานาน ไม่ได้เป็นกรรมการวัดหรือผู้ที่เข้าไปดำเนินการด้านเอกสารด้วยตนเอง

ขณะเดียวกันชาวบ้านที่ดูการแถลงข่าวของป้าดา ต่างให้ความเห็นว่า ไม่เห็นไม้เด็ดตามคำอ้างของป้าดาแต่อย่างใด เห็นแต่แหวนวงใหญ่ของชายคนที่มานั่งแถลงข่าวด้วยที่สวมไว้ที่นิ้วทุกนิ้วอย่างเด่นชัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน