ตร.ไซเบอร์ บุกหมู่บ้านหรู ย่านภาษีเจริญ รวบ สาวเอเยนต์ บัญชีม้า นิติบุคคลรายใหญ่ สารภาพ นายทุนจีน หนุนหลัง ตรวจพบ ใช้หลอกชาวบ้าน แล้ว กว่า 27 คดี มูลค่าความเสียหายหลายล้าน

2 ก.ย. 69 – พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. สั่งการ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.อนุชา ศรีสำโรง ผกก.2 บก.สอท.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกก.2 บก.สอท.4

นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ที่ 214/2569 เข้าตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านภาษีเจริญ กทม. จับกุมตัว น.ส.รัญวรัชญ์ หรือ พิม อายุ 31 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดจันทบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน ส.ค.69 ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ จ.จันทบุรี เป็นเจ้าของธุรกิจค้าขายแผงโซล่าเซลล์ ได้รับการติดต่อจากลูกค้า ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของร้านค้า เพื่อขอซื้อโคมไฟโซล่าเซลล์จำนวนมาก มูลค่ารวมกว่า 395,000 บาท

เมื่อตกลงว่า จะซื้อขายกันแล้ว ลูกค้ารายดังกล่าว ได้พูดคุยตีสนิท พร้อมออกอุบายชักชวนให้ผู้เสียหายช่วยซื้อลวดหนามหีบเพลง มูลค่ากว่า 700,000 บาท โดยอ้างว่า จะเอาไปส่งให้ค่ายทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ชลบุรี

ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินเข้าบัญชีนิติบุคคลประเภท หจก. โดยเชื่อว่า เป็นบัญชีของร้านค้า ที่ถูกต้อง แต่เมื่อโอนเงินไปแล้ว กลับไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงรู้ตัวว่า โดนหลอกลวงและเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่ตำรว จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ ผู้เกี่ยวข้อง และหมายค้นเป้าหมายได้สำเร็จ ตรวจค้นสามารถจับกุม น.ส.รัญวรัชญ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 155/2569 ลง 13 ส.ค.69

จากการสอบสวน น.ส.รัญวรัชญ์ ยอมรับว่า ตนเองเดือดร้อนเรื่องเงิน จึงได้ไปจดทะเบียนจัดตั้งและเป็นกรรมการของนิติบุคคลประเภท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่ไม่ได้ทำธุรกิจจริง

จากนั้นได้เปิดบัญชีธนาคารของ หจก. แล้วนำไปขายต่อตามกลุ่มที่ประกาศรับซื้อบัญชีธนาคารในเฟซบุ๊ก ได้เงินกลับมารวมกว่า 80,000 บาท

จากการตรวจสอบพยานหลักฐานในโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหา พบว่า ผู้ต้องหายังรับจ้างเป็น นายหน้าจัดหาบัญชีม้านิติบุคคลด้วย

ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับภายหลังว่า เมื่อตนเองเห็นว่า การขายบัญชีม้านิติบุคคล สามารถทำรายได้ค่อนข้างดี และยังเป็นเงินก้อนใหญ่ จึงได้เริ่มประกาศหารับซื้อบัญชี หจก. จากกลุ่มในเฟซบุ๊ก

จากการที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีธนาคาร ที่ผู้ต้องหาเคยขายไป พบว่า มีความเชื่อมโยงกับคดีที่เจ้าทุกข์ ทั่วประเทศเข้าแจ้งความแล้ว รวมกว่า 27 คดี ทั้งการหลอกให้ทำกิจกรรม หลอกให้ลงทุน และอื่นๆ และเชื่อว่า ยังมีที่ถูกหลอกลวงแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความอีกหลายราย

เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุมผู้ต้องหารายอื่น ในเครือข่าย รวมทั้งอยู่ระหว่างขยายผลไปยังนายทุนชาวจีนรายดักกล่าว เพื่อนำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน น.ส.รัญวรัชญ์ ยอมรับอีกว่า นอกจากนี้ เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ตนเองได้ติดต่อกับ นายทุนชาวจีน รายหนึ่ง ชื่อ อาเหย้า ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และ เทเลแกรม โดย อาเหย้า มีการเสนอให้ผู้ต้องหาช่วยจัดหาคนเปิดบัญชีม้า หจก. พร้อมใช้งาน

โดย อาเหย้า จะเป็นผู้จัดหาโทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ดจากตลาดมืดส่งมาให้ เพื่อให้ผู้ต้องหานำไปใช้ประกอบการจัดหาผู้รับเปิดบัญชีม้านิติบุคคล โดยแลกกับเงินจำนวนสูงถึง 80,000 – 150,000 บาท ต่อบัญชี ขึ้นอยู่กับความพร้อมในการใช้งานของบัญชีนั้นๆ

ซึ่งตลอดระยะเวลา 4-5 เดือนที่ผ่านมา ผู้ต้องหารับว่า ตั้งแต่ทำงานกับอาเหย้า ทำให้มีรายได้ดีมาก ประมาณหลักแสนต่อเดือน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน