ร้านคืนเงิน 85,800 บาท ยันไม่ได้บีบบังคับเอาบัตรเครดิตไปรูด แจงเป็นร้านจำหน่ายเครื่องสำอางไม่ใช่คลินิก ยอมถอนแจ้งความทั้ง 2 ฝ่าย
ล่าสุดวันที่ 2 ก.ย. 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงที่คลินิกดังกล่าวที่ตั้งอยู่ในห้าง จากการเข้าตรวจสอบเบื้องต้นทางคลินิกได้ยินยอมคืนเงินให้กับทางฝ่ายผู้เสียหายทั้งหมด และต่างฝ่ายต่างยุติการดำเนินการใด ๆ ระหว่างกัน ซึ่งข้อตกลงเป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่าย
ขณะเดียวกันฝั่งผู้เสียหายโพสต์แจ้งว่า ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางร้านได้ดำเนินการคืนเงินให้แก่คุณพ่อเป็นจำนวน 85,800 บาท เต็มจำนวน ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับทางร้านโดยตรง และทางห้างสรรพสินค้ามิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือการดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเขต 7 และ สคบ. จังหวัดเชียงใหม่ ได้ติดต่อครอบครัวผู้บริโภคและลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่
ผลการตรวจสอบพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวเป็นร้านจำหน่ายเครื่องสำอาง ไม่ใช่คลินิกหรือสถานพยาบาล โดยพนักงานขายยืนยันว่าไม่มีการบีบบังคับให้ซื้อสินค้าและไม่มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าบริเวณหัวไหล่ โดยร้านมีบริการนวดใบหน้าให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้ตรวจสอบเครื่องสำอางที่ร้านนำมาแสดงได้ 5 รายการ จากสินค้าตามใบเสร็จทั้งหมด 6 รายการ พบว่ามีฉลากภาษาไทย มีเลขที่ใบรับจดแจ้ง และข้อความบนฉลากตรงตามที่จดแจ้งไว้ พร้อมยืนยันว่าร้านไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาตประกอบกิจการสถานเสริมความงาม
ด้าน สคบ. ได้ติดต่อผู้บริโภคและประสานไกล่เกลี่ยจนได้ข้อยุติ โดยร้านตกลงคืนเงินจำนวน 85,800 บาท และถอนการแจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทกับบุตรสาวซึ่งเป็นผู้โพสต์ ส่วนผู้บริโภคได้คืนสินค้าและถอนการแจ้งความกับร้าน ขณะที่ผู้โพสต์ก็ลบข้อความที่เกี่ยวข้องกับร้านออกจากสื่อสังคมออนไลน์
สคบ. ได้นัดหมายคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปพบพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจภูธรแม่ปิง วันนี้ เวลา 13.00 น.วันที่ 2 กย 69 ได้ลงบันทึกข้อตกลงไว้เป็นหลักฐาน พร้อมติดตามการคืนเงินและการปฏิบัติตามข้อตกลงจนแล้วเสร็จ