ทต.บ้านฆ้อง แจง ประกาศปิดสำนักงาน 2 วัน ให้บุคลากรไปดูงาน หลังเพจดังเอาไปตั้งข้อสังเกต ยันโครงการดังกล่าวมีจริง แต่เอกสารคลาดเคลื่อน กำลังจะแก้ฉบับเก่า แต่มีเหตุทำให้เปลี่ยนไม่ทัน ยันยังเปิดตามปกติ มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่
จากกรณีเพจ “ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย” เผยแพร่ประกาศเทศบาลตำบลบ้านฆ้อง เรื่องปิดสำนักงานเทศบาล ระหว่างวันที่ 7–8 กันยายน 2569 เพื่อให้คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงาน เข้าร่วมโครงการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากร ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่จังหวัดเพชรบุรี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการปิดสำนักงาน
ล่าสุดวันที่ 2 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลตำบลบ้านฆ้อง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวมีการจัดขึ้นจริง โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด 141 คน และเข้าร่วมโครงการประมาณ 122 คน ขณะที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชน ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนบุคลากรในงานที่ไม่ได้ให้บริการประชาชนจึงเข้าร่วมโครงการฝึกอบรม
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนมาจาก ประกาศฉบับที่เผยแพร่ในเพจเทศบาลมีข้อความไม่ครบถ้วนและไม่ตรงกับบันทึกข้อความที่เสนอขออนุมัติ โดยเฉพาะข้อความสำคัญที่ระบุให้งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และงานบริการประชาชนเปิดให้บริการตามปกติ
เทศบาลระบุว่า หลังพบข้อผิดพลาด เจ้าหน้าที่ได้เตรียมนำประกาศออกจากเพจเพื่อแก้ไข แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวเกิดเหตุหม้อแปลงไฟฟ้าและฟิวส์แรงสูงบริเวณสำนักงานระเบิด ส่งผลให้ไฟฟ้าดับและอุปกรณ์สำนักงานไม่สามารถใช้งานได้ จึงทำให้การแก้ไขและนำประกาศฉบับใหม่เผยแพร่เกิดความล่าช้า ก่อนจะจัดทำและลงนามประกาศฉบับแก้ไขในเวลาต่อมา พร้อมทั้งทำหนังสือชี้แจงไปยัง สำนักงาน ปปช. ท้องถิ่นจังหวัด และนายอำเภอโพธาราม เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงที่เกิดขึ้น
ด้าน นายชิษณุพงศ์ ปานอำพันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฆ้อง ยอมรับว่า เอกสารที่เผยแพร่ในเพจเกิดความผิดพลาดจริง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาปิดบริการประชาชน โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดซ้ำอีก
นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฆ้อง กล่าวด้วยว่า การประกาศดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้ประชาชนและหน่วยงานราชการทราบว่า บุคลากรส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมในช่วงวันที่ 7–8 กันยายน ขณะที่หน่วยงานที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชนยังคงปฏิบัติงานตามปกติ และเทศบาลจะเปิดดำเนินการตามปกติหลังเสร็จสิ้นโครงการ
กรณีดังกล่าวจึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่า “ประกาศผิดพลาด” จากขั้นตอนการจัดทำและเผยแพร่เอกสาร จะมีการวางระบบตรวจสอบภายในอย่างไร เพื่อไม่ให้ข้อมูลของหน่วยงานรัฐสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนแก่ประชาชนอีกในอนาคต ขณะที่เทศบาลยืนยันว่าจะกำชับผู้เกี่ยวข้องให้เพิ่มความรอบคอบในการจัดทำและประชาสัมพันธ์ข้อมูลทุกครั้ง