ปัตตานี หน่วยปฏิบัติการพิเศษ บุกรวบ บุคคลตามหมายจับ หลบซุก“ปอเนาะกาหยี” หนองจิก เน้นเจรจาสันติวิธี ไร้เหตุรุนแรง ยอมมอบตัว พร้อมอาวุธปืน-เครื่องกระสุน นำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เร่งติดตามอีก4คน จัดหาที่หลบซ่อน มาดำเนินคดี หวั่นก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่

10 ก.ย. 69 – เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ติดตามบุคคลตามหมายจับ หลังได้รับแจ้งข้อมูลจากพลเมืองดี มีบุคคลตามหมายจับ เข้ามาพักอาศัย และแอบแฝงอยู่ภายในพื้นที่ปอเนาะ

โดยก่อนดำเนินการ เจ้าหน้าที่ ได้ประสาน ผู้ดูแลปอเนาะ ผู้นำหมู่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อชี้แจงสถานการณ์ และวางแนวทางปฏิบัติ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียน และผู้ที่พักอาศัยอยู่ ภายในปอเนาะเป็นหลัก

ต่อมาทราบว่า บุคคลดังกล่าวคือ นายมูฮัมหมัดฮาฟิก (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฉฉ. ที่ 42/2569 ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ซึ่งเข้ามาพักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าว

จากนั้น ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ดูแลปอเนาะ และผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพูดคุยและเจรจากับบุคคลเป้าหมาย โดยเจ้าหน้าที่ เน้นการดำเนินงานตามแนวทางสันติวิธี ยึดหลักมนุษยธรรม เคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมเปิดโอกาสให้บุคคลเป้าหมายออกมาแสดงตนโดยสมัครใจ

ท้ายที่สุด นายมูฮัมหมัดฮาฟิก ได้ออกมาแสดงตนและยอมมอบตัวต่อ เจ้าหน้าที่ โดยไม่มีการเผชิญหน้าหรือใช้ความรุนแรง

เบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้ข้อมูลว่า มีอาวุธปืนพกพร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง เก็บไว้ภายในขนำ เจ้าหน้าที่ จึงเข้าดำเนินการตรวจสอบ และรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้ดูแลปอเนาะ ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการประสานงานและสร้างความเข้าใจระหว่างทุกฝ่ายการพูดคุยและสันติวิธี

โดยความร่วมมือของชุมชนสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า และทำให้การนำตัวบุคคลเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและนักเรียนภายในพื้นที่

ด้านเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกประมาณ 3-4 คน ที่ให้ความช่วยเหลือในการจัดหาที่หลบซ่อน และน่าจะมีแผนเตรียมก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งจะได้ขยายผลติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.อ.สฐิรพงษ์ อาจหาญ กล่าวว่า จากการซักถาม นายมูฮัมหมัดฮาฟิก ให้การยอมรับว่า ได้เข้ามาแฝงตัวพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้นานกว่า 10 วันแล้ว โดยใช้ชีวิตปะปนกับคนในพื้นที่ตามปกติ พอช่วงเช้ามืดรู้ว่า เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าปิดล้อม และรู้ตัวว่าคงหนีไม่รอด ประกอบกับเกิดความกลัวตาย จึงตัดสินใจเดินออกมามอบตัว

จากข้อมูลเชิงลึก พบว่า เคยเดินทางไปเข้ารับการฝึกทางยุทธวิธีหรือเชิงรบ พร้อมกับศึกษาข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ในประเทศเพื่อนบ้านเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน

หลังจากนั้นได้เข้ามาร่วมเป็นกลุ่มติดอาวุธที่เรียกว่า “เปอร์วีร่า” หรือ กลุ่มวีรบุรุษพลีชีพ มีประวัติเชื่อมโยงกับการก่อเหตุความไม่สงบหลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน