พ่อเปิดใจร่ำไห้ ร้องสายไหมต้องรอด ลูก 1 ขวบ ถูกผู้ช่วยพยาบาลทำนิ้วขาด ยังไร้คำขอโทษจากคนทำ ไปแจ้งความแต่ตำรวจให้ไปเจรจากับโรงพยาบาลก่อน
จากกรณีครอบครัวของเด็กชายวัย 1 ขวบ เข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด หลังหลานชายเข้ารับการรักษาอาการไข้หวัดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีการเจาะเข็มน้ำเกลือที่มือข้างขวา พร้อมกับพันผ้าก๊อซล็อคไว้ แต่ขณะจะถอดออกผ้าก๊อซออก ผู้ช่วยพยาบาลชายใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซ แต่พลาดไปถูกปลายนิ้วชี้ของเด็ก จนทำให้นิ้วขาดตั้งแต่ปลายนิ้วถึงโคนเล็บ ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อผ่าตัดต่อนิ้ว
ล่าสุดเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ก.ย.2569 ที่สายไหมต้องรอด นายทองสวย น้าชาย “น้องจูฟ่า” และ น.ส.อมรรัตน์ ลูกพี่ลูกน้อง น้องจูฟ่า เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ยังรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำใจไม่ได้ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำขอโทษจากผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าว หรือจากทางโรงพยาบาลเลย ขณะเกิดเหตุเป็นวันที่น้องรักษาอาการไข้หวัดเสร็จและกำลังออกจากโรงพยาบาล พ่อของน้องกำลังเก็บของไปไว้ที่รถ แม่อยู่กับน้อง ขณะที่ผู้ช่วยพยาบาลกำลังจะใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซ ตอนนั้นผู้ช่วยพยาบาลใช้กรรไกรพยายามตัดหลายครั้งแต่ถ้าก๊อซไม่ขาด แต่กลับเห็นนิ้วของน้องหลุดออกมา แม่จึงโทรหาพ่อของน้องให้ขึ้นมาดู
จากนั้นโรงพยาบาลได้กันผู้ช่วยพยาบาลคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ และมีพยาบาลคนอื่นเข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยส่งเอกซเรย์ 2 รอบ และห้ามเลือด 2 รอบ โดยนิ้วที่ขาดได้มีการใส่ไว้ในกระติกน้ำแข็ง ก่อนที่จะส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี
สำหรับการรักษา แพทย์ผ่าตัดทั้งหมด 2 รอบ โดยการผ่าตัดครั้งแรกไม่สามารถต่อนิ้วได้ ก่อนจะประสบความสำเร็จในการผ่าตัดครั้งที่ 2 แต่แพทย์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านิ้วจะกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ เนื่องจากต่อนิ้วติดเพียงประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ และนิ้วของน้องยังมีขนาดเล็ก ทำให้เส้นเลือดยังไม่สมานกัน ขณะนี้น้องยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในอุบลราชธานี และมีอาการเจ็บในลำคอจากการผ่าตัด จนยังไม่สามารถรับประทานอาหารได้
พ่อของน้องเปิดเผยทั้งน้ำตาผ่านโทรศัพท์โฟนอินว่า ขณะนี้อาการของลูกดีขึ้นและเริ่มกลับมาร่าเริงแล้ว เมื่อวานนี้มีบุคลากรจากโรงพยาบาลแห่งแรกเดินทางมาเยี่ยม พร้อมนำกระเช้าดอกไม้และเงิน 4,000 บาทมาให้ โดยระบุเป็นค่าน้ำมันในการเดินทางและค่าเช่าโรงแรมสำหรับญาติ เนื่องจากโรงพยาบาลไม่สามารถให้ญาติเฝ้าได้
แต่พ่อของน้องไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ โดยเงินและกระเช้ายังคงวางอยู่ที่โต๊ะข้างหัวเตียงของน้อง ตอนนี้อยากเรียกร้องให้น้องได้รับสิทธิ์ทุกอย่างที่ควรจะได้รับ และเบื้องต้นไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เลิงนกทา ไว้แล้ว แต่ตำรวจบอกให้ไปเจรจากับโรงพยาบาลก่อน ซึ่งยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันคาดว่าพออาการของน้องดีขึ้นจะมาตามเรื่องนี้อีกที
โดยครอบครัวต้องการเรียกร้องให้น้องได้รับสิทธิและการเยียวยาที่ควรได้รับ เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เลิงนกท แล้ว แต่ตำรวจแนะนำให้ไปเจรจากับทางโรงพยาบาลก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ และคาดว่าจะติดตามเรื่องอีกครั้งหลังน้องมีอาการดีขึ้น
นอกจากนี้ญาติยังเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า ยังมีผู้ป่วยได้รับผลกระทบจากการรักษาที่ผิดพลาดอีกหลายราย บางรายถึงขั้นเสียชีวิตแต่ได้เงินเยียวยามาแค่ 10,000 บาทก็มี ซึ่งไม่คิดว่าจะมาเกิดกับคนในครอบครัวตัวเอง ซึ่งทางโรงพยาบาลควรมีมาตรการที่ดีกว่านี้
นายนิรันดร์ เกแง้ว ตัวแทนเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ทางสายไหมต้องรอดจะเข้าไปประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้ครอบครัวได้รับการเยียวยาตามมาตรา 41 ที่พูดได้รับผลกระทบจากการรักษาจะต้องได้รับ และขอให้ดูในเรื่องเนื้อหาของคดีว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป