ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตั้งเป้าลดฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน เหลือไม่เกิน20วัน เดินหน้า Green List – LEZ – สารวัตรสิ่งแวดล้อมเอกซเรย์ต้นตอรับปีนี้ ฝุ่นพิษรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ ยังประเมินไม่ชัดเจน จำเป็นต้องเตรียมพร้อมต่อเนื่อง-รอบด้าน บูรณาการข้อมูลร่วมหน่วยงาน วางแผนแก้ไขปัญหาตรงจุด

27 ต.ค. 69 – ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ครั้งที่ 2

โดยมีนายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าฯกทม. นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม คณะผู้บริหาร และผู้แทนจากหน่วยงานที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ฝุ่นปลายปี 2569 และขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการปี 2570

นายชัชชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองในปีนี้ ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่า จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากยังมีปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานได้บูรณาการความร่วมมือในการรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละอองเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝุ่นละอองในปีนี้ อาจมีความซับซ้อนและแตกต่างจากปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่องและรอบด้าน ขอให้ทุกหน่วยงานเฝ้าติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และวางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูล การนำเทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยมาใช้ในการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ ตลอดจนการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

พร้อมทั้งเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ฝุ่นละอองที่อาจเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละอองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ กทม.ตั้งเป้าลดวันที่ฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานเหลือไม่เกิน 20 วัน (จากเดิม 28 วัน) ผ่าน 66 มาตรการหลัก ตลอดทั้งปี และยกระดับมาตรการตามสถานการณ์ ระดับสีส้ม (≥ 37.5 µg/m³) (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) เพิ่มอีก 18 มาตรการ ระดับสีแดง (≥ 75 µg/m³) (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) เพิ่มอีก 6 มาตรการขั้นสูงสุด

โดยใช้ 4 มาตรการสำคัญขับเคลื่อนเมือง ดังนี้ 1. Green List (บัญชีสีเขียว) เปิดลงทะเบียนรถขนส่ง 4 ล้อและ 6 ล้อขึ้นไปที่ผ่านเกณฑ์ เพื่อเข้าพื้นที่เมื่อประกาศใช้เขตมลพิษต่ำ Low Emission Zone (LEZ) ทาง ⁠https://greenlist.bangkok.go.th (เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค. 69 – 31 มี.ค. 70)

2. เขตมลพิษต่ำ (LEZ) & โปรสู้ฝุ่น จำกัดรถมลพิษสูงเข้าพื้นที่ช่วงวิกฤต ควบคู่โครงการ “รถคันนี้ลดฝุ่น” ชวนนำรถเข้าบำรุงรักษา (พ.ย. 69 – มี.ค. 70)

3. สารวัตรสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับเขตก่อสร้าง แพลนท์ปูน โรงงาน หม้อไอน้ำ การเผาในที่โล่ง และตรวจควันดำยานพาหนะอย่างเข้มงวด

4. ความร่วมมือข้ามพื้นที่ โครงการ Bangkok and Beyond (กทม. X นครนายก) จัดการการเผาต้นลม และติดตามมลพิษโรงงานผ่านระบบ BKK Industrial Watch

พร้อมบูรณาการติดตามผลรายเดือน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Super Station) กรมควบคุมมลพิษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) GISTDA สำนักงานทรัพยากรแห่งชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทั้ง 6 จังหวัดปริมณฑล

โดยกทม.กำหนดให้ทุกหน่วยงานรายงานผลทุกวันที่ 30 ของเดือน เพื่อประเมินและปรับมาตรการ ให้พร้อมรับมือช่วงเฝ้าระวังเข้มข้น (พ.ย. 69 – มี.ค. 70) เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน