เชียงใหม่ คนขับกระบะ ชน ผู้ช่วยพยาบาลเสียชีวิต ดอดมอบตัว อ้าง หลบกระสุนคู่อริ หนีกลัวถูกทำร้าย ทำให้รถพุ่งชน ตำรวจ ไม่ปักใจเชื่อ คาดขับมาด้วยความเร็ว-ประมาท ย้ำรู้ตัวผู้ก่อเหตุทั้ง2กลุ่มหมดแล้ว เคยมีประวัติถูกจับกุม-ก่อเหตุซ้ำอีก ลั่นดำเนินคดีถึงที่สุด-รวมผู้ปกครองด้วย
เข้ามอบตัวแล้วพร้อมรถยนต์คันเกิดเหตุ รอง ผบช.ภ.5 ลงติดตามคดีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทกลางดึก ทำสาวผู้ช่วยพยาบาลถูกรถพุ่งชนเสียชีวิตขณะลงไปช่วยคนเจ็บ คนขับอ้าง ก้มหลบกระสุนปืน และหนีกลัวถูกทำร้ายเลยพุ่งชน ตำรวจเร่งติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดล่าสุดทราบเบาะแสหมดแล้ว เตรียมติดตามตัวมาลงโทษ
1 พ.ย. 69 – จากกรณี วัยรุ่น 2 กลุ่ม ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกลางดึก ขับรถไล่ทำร้ายกันกลางถนน เหตุดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย รวมถึง นางสาวกนกรัตน์ ยศธิวงค์ ผู้ช่วยพยาบาล ขับรถกลับบ้าน เห็นวัยรุ่นยกพวกตีกันมีผู้บาดเจ็บ จึงลงไปช่วยเหลือ กลับถูกวัยรุ่นอีกฝ่าย ขับกระบะพุ่งชนใส่ขณะทำการช่วยเหลือจนเสียชีวิต
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ เพื่อติดตามเบาะแสของกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมด และสามารถดำเนินการติดตาม คนขับรถกระบะ คันที่พุ่งชน ผู้ช่วยพยาบาล เสียชีวิตได้แล้ว
โดย คนขับได้ชิงเดินทางเข้ามามอบตัวที่ สภ.แม่ปิง ช่วงสายของวันนี้ พร้อมกับรถยนต์กระบะคันดังกล่าว
พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5 พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการติดตามความคืบหน้าของคดีนี้ พร้อมกล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งเร่งรัดติดตามคดีทันที และเร่งติดตามจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมด เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี
ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุหมดแล้ว โดยสาเหตุมาจากกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่มนี้มีเรื่องกันมาก่อน และได้ท้าทายกันบนโซเชียล หลังจากนั้นได้มีการนัดเจอกัน เพื่อที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน โดยขณะที่นัดหมายกัน มีตำรวจสายตรวจเข้ามาที่เกิดเหตุ ทั้งหมดจึงพากันแยกย้ายไป
ขณะที่ หลังจากขับรถไปกันก็มีการก่อเหตุรุมทำร้ายกันอีก โดยในตอนที่กำลังไล่ทำร้ายกันก็มีรถของกลุ่มล้มและได้รับบาดเจ็บ ระหว่างนั้น น้องผู้ช่วยพยาบาล ที่ขับผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงได้ลงไปช่วยคนเจ็บ
แต่ในขณะนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้ขับรถมาด้วยความเร็วแล้วเกิดชนเข้ากับ น้องผู้ช่วยพยาบาล เสียชีวิต โดยข้อเท็จจริง ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน
แต่เบื้องต้น ทราบจากตัวของผู้กระทำความผิด อ้างว่า ขณะนั้นได้ก้มหลบกระสุน จากกลุ่มคู่อริ กลัวจะถูกทำร้าย ทำให้รถพุ่งชน จยย. และ ผู้ช่วยพยาบาลผู้ตาย แต่ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และคาดว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วและประมาท
รอง ผบช.ภ.5 กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม จะมีการดำเนินคดีกับ ผู้กระทำความผิดทั้ง 2 กลุ่ม ในข้อหาชุมนุมต่อสู้ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติก็พบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 2 กลุ่มนี้ก็เคยมีประวัติถูกจับกุมดำเนินคดี และทางผู้ปกครองได้มีการประกันตัวเมื่อออกมาก็มาก่อเหตุซ้ำอีก
ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และส่วนใหญ่กลุ่มผู้ก่อเหตุก็มีอายุเกิน 18 ปี ทั้งสิ้น โดยส่วนใหญ่อายุ 20-25 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมที่ชอบรวมกลุ่มกัน โดยในส่วนของยานพาหนะและของกลางทั้งหมด ก็จะมีการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับตรวจสอบว่า รถที่ใช้ในการก่อเหตุมีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นหรือไม่ หากมีทางด้านผู้ปกครองส่งเสริมสนับสนุน ก็จะมีการดำเนินคดีตามไปด้วย