แม่ฮ่องสอน นายกอบต.แม่สามแลบ ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึง นายกฯอนุทิน ประสานทหารพม่า ยุติโจมตีทางอากาศ ชายแดน ทุกรูปแบบทันที จัดตั้งเขตปลอดภัย ตามแนวชายแดน รัศมี 10 กม.
3 พ.ย. 69 – จากสถานการณ์สู้รบ ชายแดนไทย-เมียนมา ทหารพม่า สู้รบ กองกำลังชนกลุ่มน้อย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินชีวิต ค้าขาย ของคนไทย หลายอำเภอ ทั้งพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก
ล่าสุด นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในเมียนมา ทำให้เกิดผลกระทบกับคนไทย

โดยปัญหาหลักมีทั้งการปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเมียนมาที่มีต่อเนื่องโดยไม่เลือกเป้าหมาย ซึ่งมีการโจมตีทางอากาศ ส่งผลกระทบกับ คนไทย หลายเหตุการณ์ ทั้งในพื้นที่ตรงข้าม จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน
ซึ่งอยากขอให้ รัฐบาลไทย ประสานกับ กองทัพเมียนมา ยุติการโจมตีทางอากาศ บริเวณชายแดนทุกรูปแบบในทันที เพราะก่อให้เกิดผลกระทบข้ามแดน กระทบต่อวิถีชีวิตการดำรงชีพปกติสุข ของประชาชนชายแดนไทย-เมียนมา มาโดยตลอด
อีกทั้งขอให้กำหนด Saftey Zone พื้นที่ความปลอดภัย และระเบียงมนุษยธรรม หรือ Huminatarian Coridor ขอให้เกิดขึ้น ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาในรัศมี 10 กิโลเมตรจากชายแดน
นายก อบต.แม่สามแลบ กล่าวต่อไปว่า การกำหนดเขต และข้อตกลงเช่นนี้ จะทำให้ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชุมชนตามแนวชายแดนไทย และปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงปัญหาผู้พลัดถิ่นในพื้นที่ 10 กม.นี้
ซึ่งทำให้ชุมชนสามารถอยู่ได้ปลอดภัย ไม่กระทบทางการทหาร และประชาชนชาวไทย และไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติด้วย
โดยให้รัฐบาลไทย ใช้กรอบพหุภาคี นายกรัฐมนตรี ต้องใช้กรอบความร่วมมืออาเซียน ผ่านฉันทามติ 5 ข้อ ผ่าน Special Envoy เรื่อง Saftey Zone ที่มีการพูดคุยกับทางพม่าแล้ว
นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ วันที่ 28 ต.ค. 69 กรณีกองทัพอากาศพม่า ใช้เครื่องบินโจมตี บ้านเรือนราษฎร กะเหรี่ยง KNU ที่หมู่บ้านราท่า ตรงข้ามพื้นที่ ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้มีบ้านเรือนจำนวน 2 หลัง รถยนต์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และเรือยนต์หางยาวได้รับความเสียหายยับเยิน
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การค้าชายแดนระหว่าง 2 ประเทศได้ยุติลงโดยสิ้นเชิง เนื่องจากราษฎรกะเหรี่ยงในฝั่งพม่า ไม่กล้าล่องเรือเดินทางมาซื้อสินค้าที่ตลาดค้าชายแดนบ้านแม่สามแลบอีกเลย เนื่องจากเกรงว่าระหว่างเดินทางกลับไปฝั่งพม่าจะถูกเครื่องบินพม่าโจมตี
ขณะเดียวกัน ในฝั่งของไทย ราษฎรไทยที่มีอาชีพหาปลาในแม่น้ำสาละวิน และราษฎรที่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่กล้าออกเรือไปขายสินค้าเนื่องจากกลัวการโจมตีทางอากาศของทหารพม่า
และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 69 ที่กองทัพอากาศพม่าโจมตีค่ายซอเลท่า ยิ่งทำให้ราษฎรทั้งสองฝั่งหวาดกลัวหนักกว่าเดิม และไม่กล้าล่องเรือค้าขายหรือหาปลาแต่อย่างใด
ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้กระทบต่อความเป็นอยู่ของคนไทยที่อาศัยอยู่ติดแม่น้ำสาละวินโดยตรง โดยเรือทุกลำจอดนิ่งอยู่ที่ท่าเรือทั้งสองฝั่ง โดยทางรัฐบาลยังไม่มีวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
