เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร พร้อมด้วยพล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต รอง ผบช.ภ.1 และตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกันแถลงข่าวการระดมจับกุมกลุ่มแก๊งเงินกู้นอกระบบ ทั้งสิ้น 112 ราย เงินสด 109,106 บาท เงินในโพยและสมุดบัญชี 6,286,230 บาท ตรวจยึด รถจักรยานยนต์ จำนวน 6 คัน โทรศัพท์ 3 เครื่อง
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญต่อปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชน เนื่องจากทีผ่านมาพบว่ากลุ่มนายทุนได้มีวิธีการเชิญชวน หรือยื่นข้อเสนอให้ประชาชนในการกู้ยืมเงินนอกระบบถึงหน้าบ้าน และมีเงื่อนไขในการปล่อยกู้ที่ง่าย สะดวก จึงส่งผลให้ประชาชนหลงอยู่ในวังวนของขบวนการนายทุนหนี้นอกระบบไม่จบสิ้น
จึงสั่งไปยังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ตลอดจนบังคับใช้กฎหมาย และควบคุมกลุ่มนายทุน กลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ กำชับให้กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงกว่ามาตรฐาน และเป็นการเอารัดเอาเปรียบ หรือใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ จนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการก่อเหตุอาชญากรรมได้
“ผมสั่งให้มีการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบผู้มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดกฎหมายหนี้นอกระบบ เพื่อให้การปราบปรามตามนโยบายของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงได้ร่วมมือกับส่วนต่างบูรณาการกำลังในการกวาดล้างจับกุม โดยเริ่มคิกออฟปฏิบัติการกวาดล้างนายทุนหนี้นอกระบบพร้อมกัน” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว
ขณะที่พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวเสริมว่า การจับกุมในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 2 มิติ คือในส่วนของการออกเงินกู้นอกระบบโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นความผิดของศาลแขวง และได้มีการจับกุมดำเนินคดีไปแล้ว
และ ในส่วนของ พรบ.การทวงหนี้โดยการจะไปทวงหนี้ใครจะต้องมีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และต้องไม่ใช้ความรุนแรงในการทวงหนี้ หากประชาชท่านใดมีความเดือดร้อนในเรื่องเงินกู้นอกระบบ สามารถแจ้งมาที่ 1599 ได้ทันทีโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ

