กะเหรี่ยงชวนแต่งชุดประจำเผ่า เนื่องในวันครบรอบ ครม.มีมติให้ฟื้นฟูวิถีชีวิต

หนูน้อยกะเหรี่ยงแต่งชุดประจำเผ่า

กะเหรี่ยงชวนแต่งชุดประจำเผ่า แสดงออกทางวัฒนธรรม เนื่องในวันครบรอบ ที่ ครม.มีมติให้ฟื้นฟูวิถีชีวิต

กะเหรี่ยงชวนแต่งชุดประจำเผ่า / ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ 3 ส.ค. พี่น้องกะเหรี่ยง ได้รวมตัวแต่งกายชุดประจำชาติพันธุ์ เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 53 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบให้มีนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง มติดังกล่าวเป็นการยืนยันตัวตน และอัตลักษณ์ของคนกะเหรี่ยง ที่เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และเสมือนการให้ความสำคัญกับชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ให้ได้แสดงตัวตน และวิถีชีวิตที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้

โดยชาวกะเหรี่ยงในได้เชิญชวนใส่เสื้อประจำเผ่า เพื่อรณรงค์อนุรักษ์อัตลักษณ์ของชนเผ่า และร่วมรักษาวิถีวัฒนธรรม ประเพณี ที่บรรพชนสร้างไว้สืบต่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสู่รุ่นต่อรุ่น

น้องๆในชุดกะเหรี่ยง

อย่างไรก็ดีแม้มีมติครม.ขึ้นมาส่งเสริมวัฒนธรรมของคนกะเหรี่ยง แต่ในหลายพื้นที่ยังมีปัญหาความไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่พยายามจับกุม และขับไล่ ชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่ามาอย่างยาวนาน อีกทั้งชาวบ้านบางคนยังถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่า เนื่องจากพวกเขาทำไร่หมุนเวียน (ไร่ซาก) ซึ่งเป็นวิถีหาอยู่หากินของคนกะเหรี่ยงที่สืบทอดภูมิปัญญากันมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้จากคดีที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาคดี ที่นายโคอิ หรือคออี้ มีมิ พวกรวม 6 คน ฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และพวกรวม 2 คน ให้ชดใช้ค่าเสียหายจากกรณีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ รื้อถอนเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานนั้น ศาลได้ให้ความสำคัญกับมติครม.ดังกล่าว

โดยระบุว่า การเผาทำลาย บ้านและยุ้งข้าวของชาวบ้านนั้น ไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2553 เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีอันเป็นการกระทำละเมิด ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวบ้าน

ด้าน นายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานสภาทนายความ ให้ความเห็นว่า คำพิพากษาของศาลเป็นการยืนยันว่า กรมอุทยานฯใช้อำนาจเกินกว่าเหตุในการเข้ารื้อถอน เผา ทำลาย บ้านและทรัพย์สินของชาวกะเหรี่ยงที่บ้านบางกลอยบน และบ้านใจแผ่นดิน ซึ่งเป็นชุมชนดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยงในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ปู่คออี้ ผู้เฒ่ากะเหรี่ยง วัย 107 ปี

และที่สำคัญเป็นคำพิพากษาที่ยืนยันว่ามติครม. 3 ส.ค. 2553 เรื่องแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง เป็นข้อกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ซึ่งในมติครม.ดังกล่าวมีการห้ามจับกุมชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่พิพาทและให้คุ้มครองชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่เป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมในพื้นที่จนกว่าจะมีการพิสูจน์สิทธิตามกฎหมาย หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องกลับไปปฏิบัติตามมติครม.นี้ให้เป็นรูปธรรม