อพท.จับมือ 8 องค์กร นำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืนไปพัฒนาชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดเหลื่อมล้ำเพิ่มรายได้
พัฒนา 3จว.ใต้ – วันที่ 9 ส.ค. พ.อ.ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เปิดเผยว่า อพท.ร่วมกับ 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศอ.บต. สสส. สำนักงานสนับสนุนกองทุนการวิจัย จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนต้นแบบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี เพื่อพัฒนาต้นแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชน และส่งเสริมให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในตลาดการท่องเที่ยวคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ
ทั้ง 8 หน่วยงาน และอพท. เห็นตรงกันที่จะนำยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน หรือ CBT Thailand ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ไปใช้พัฒนาชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ได้เห็นผลสัมฤทธิ์ของ อพท. จากการนำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน พัฒนาการท่องเที่ยวให้กับชุมชนในพื้นที่พิเศษแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ สามารถพิสูจน์ได้ว่า นอกจากช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนแล้ว ยังก่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองความสมานฉันท์ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้ประชาชนได้อีกด้วย
สำหรับรูปแบบการทำงาน อพท. จะดำเนินงานใน 4 กิจกรรมหลักคือ 1.กิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ 2.กิจกรรมศึกษาและวิเคราะห์ศักยภาพการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
3.กิจกรรมพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน และ 4.กิจกรรมสร้างการรับรู้การท่องเที่ยวโดยชุมชนต้นแบบ กลุ่มเป้าหมายที่จะนำเข้าร่วมกิจกรรมคือ ชุมชนท้องถิ่นในจ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว สถาบันการศึกษา และนักวิชาการ โดยจะให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในระยะ 3 ปี
พ.อ.ดร.นาฬิกอติภัค กล่าวว่า ตลอด 15 ปี ของการดำเนินงานชุมชนต้นแบบที่ อพท.เข้าไปพัฒนา มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวโตถึง 38.5% ระดับความอยู่ดีมีสุขของชุมชนสูงถึง 86.36% ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสชุมชนมีความสุขมาก 79.17% มูลค่าเศรษฐศาสตร์ของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่พัฒนามีมูลค่าสูงแตะ 4.4939 ล้านล้านบาท ตอกย้ำการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการสร้างความสุข สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ ได้อย่างเป็นรูปธรรม