นำตัวมือฆ่าสาวเปลือย ทำแผน ลูกชาย ปรี่เข้าทำร้าย ชาวบ้านฮือตะโกนสาปแช่งให้ประหาร
ทำแผน – วันที่ 14 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่หน้าห้องเช่าเลขที่ 81/2 หมู่ 3 ต.สามเรือน อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ของนางธนวัน ฤทธิ์เดช อายุ 55 ปี คนงานฝ่ายผลิตกระทิสด บริษัท กรไทย จำกัด ผู้เสียชีวิต เต็มไปด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบ ที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัย พร้อมนำเชือกและกรวยพลาสติกมากันบริเวณไว้ เพื่อไม่ได้ประชาชนหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในที่เกิดเหตุ และเตรียมนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในคดี
จากนั้นเวลาประมาณ 14.30 น. พ.ต.อ.อภิชาติ พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สุดสืบสวนสอบสวน และพนักงานสอบสวนคดี ร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 50 นาย นำตัวนายวิสุทธิ์ ฝอยทับทิม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55/4 หมู่ 3 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีอาชีพเป็นผู้ใช้แรงงานทำงานก่อสร้างอยู่ในต.สามเรือน ผู้ต้องหาในคดี และรับสารภาพว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายและฆ่านางธนวัน ฤทธิ์เดช ผู้เสียชีวิตจริง หลังเพิ่งมาเช่าห้องได้ประมาณ 1 เดือน และทำงานก่อสร้างประมาณ 10 กว่าวัน อีกทั้งยังเช่าห้องอยู่ห่างจากห้องที่เกิดเหตุเพียง 100 เมตร
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และพนักงานสอบสวนคดีได้นำตัวนายวิสุทธิ์ ผู้ต้องหาลงจากรถตู้ และพาเข้าไปในห้องเช่าทันที ในขณะเดียวกับลูกๆ ทั้ง 3 คน ของผู้ตาย รวมถึงญาติที่มีอารมณ์โกรธแค้น ได้พยายามพุ่งเข้าไปเพื่อที่จะทำร้ายผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าห้าม และกันออกจากเขตพื้นที่ ซึ่งญาติๆ ต่างก็ตะโกนด่าสาปแช่งตลอดเวลา และหลังจากที่นำตัวผู้ต้องหาเข้าไปภายในบ้านก็ได้รีบปิดประตูทันที ขณะที่สีหน้าของนายวิสุทธิ์ ผู้ต้องหาเกิดอาการกลัว และเครียดอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้นพนักงานสอบสวนนำตัวนายวิสุทธิ์ ผู้ต้องหาไปทางหลังบ้านชี้จุดที่ก่อเหตุ โดยนายวิสุทธิ์ ลำดับเหตุการณ์ในการรับสารภาพว่า ตนได้ย่องเข้ามาหลังทางป่าด้านหลังบ้าน ก่อนตัดเชือกไนลอนที่ใช้ตากผ้าเพื่อเอาไว้ก่อเหตุ ในช่วงกลางดึก และปีนกำแพงเข้าไปเพื่องัดประตูหลัง จนสามารถเปิดเข้าไปได้ และเดินเข้าไปนั่งหลบอยู่ที่บริเวณซอกข้างตู้เย็นที่อยู่ติดกับประตูในความมืด ก่อนที่ผู้ตายจะเดินมาที่ตู้เย็น และพบกับตนด้วยความตกใจ ซึ่งตนได้ออกอุบายว่า ขอยืมโทรศัพท์เพื่อจะโทรกลับให้คนมารับ เมื่อผู้ตายเผลอจึงกระชากตัวมา และเอามือปิดปากไว้ก่อนจะลากเข้าไปภายในห้องนอน จนมีการขัดขืนต่อสู้ และลงมือฆ่าผู้ตาย จากนั้นในช่วงเช้ามีคนเข้ามาเคาะประตู ตนจึงรีบวิ่งออกไปทางหลังบ้านไปในป่า และหวนกลับมาที่ห้องดังเดิม ทำตัวเหมือนไม่มีเหตุเกิดขึ้น ก่อนจะมาถูกจับกุมได้ และจำนนด้วยพยานและหลักฐาน
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ขณะที่เจ้าหน้าที่เปิดประตูม้วนหน้าบ้านกลุ่มญาติผู้ตายและชาวบ้านเริ่มฮือ และจะวิ่งเข้ารุมประชาทัณฑ์ ทำให้ต้องหยุดและรีบปิดประตูลงอีกครั้ง จากนั้นก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ถอยรถตู้เข้ามาตรงประตูห้องเช่าพร้อมทั้งยืนล้อม เมื่อเปิดประตูพร้อมรีบนำตัวผู้ต้องหาวิ่งขึ้นรถตู้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ญาติไม่พอใจ ร้องไห้ตะโกนด่าผู้ต้องหาและสาปแช่งขอให้ถูกตัดสินประหารชีวิต
ด้าน พ.ต.อ.อภิชาต เปิดเผยว่า ในส่วนของคดีนี้เบื้องต้นต้องรอผลหลักฐานและผลจากแพทย์เพื่อมาประกอบในสำนวน ส่วนเรื่องของการมีร่องรอยถูกข่มขืนทางอวัยะเพศ และทางทวารหนัก เนื่องจากมีเลือดไหลทางทวารหนัก ตรงนี้ก็ต้องรอผลตรวจสอบจากทางนิติวิทยาศาสตร์ให้แน่ชัดก่อน ถ้าผลตรวจตรงกันเราก็จะตั้งข้อหาเพิ่มทันที เพราะตอนนี้ผู้ต้องหาปฏิเสธเรื่องการข่มขืน รับสารภาพเพียงทำร้ายร่างกายและฆ่าผู้ตายจริง รายละเอียดการสอบสวนบางอย่างต้องรอผลจึงจะสรุปได้



