กองปราบโต้พี่ชายบูมนักแสดงหนุ่ม ปัดเรียกรับเงินเพื่อเอาผิดคดีโกงบิตคอยน์ หลังมีข่าวลือพี่ชายบูมร้องเรียนไปตามสำนักข่าวต่างๆในไทย อ้างมีตร.เรียกรับเงิน ขอให้มามอบตัวพิสูจน์ความจริงดีกว่า

กรณีนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ เข้าแจ้งความกองปราบปราม หลังถูกนายปริญญา จารวิจิต และพวกหลอกลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินสกุลบิตคอยน์ จำนวน 797 ล้านบาท ต่อมาศาลออกหมายจับ นายปริญญา พร้อมด้วยน้องสาวและน้องชายคือน.ส.สุพิชย์ฌา และนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ดารานักแสดงหนุ่ม ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากพบนายปริญญาโอนเงินที่หลอกลวงมาได้ไปเข้าบัญชีน.ส.สุพิชฌาย์ และ นายจิรัชพิสิษฐ์ ซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้า กระทั่งน.ส.สุพิชฌาย์ เข้ามอบตัวไปเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น อ่านข่าว บิ๊กตร.ปัดไม่รู้พี่ชาย‘บูม’ร่อนจม.แจงคดีฟอกเงิน ยันต้องมามอบตัวด้วยตนเอง

ปัดรับเงิน/เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้าคดีโกงบิตคอยน์ ว่า มีกระแสข่าวว่านายปริญญา จารวิจิต พี่ชายนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ ได้ร้องเรียนไปตามสำนักข่าวต่างๆในประเทศไทย โดยอ้างว่ามีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเรียกรับเงิน เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับนายปริญญาและครอบครัวนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด อ่านข่าว ‘พี่สาวบูม’ นายแบบดัง รับแล้ว! ปมเงินหมุนเข้าบช. ลุยค้นบ้านอีก พ่อ-แม่จ่อโดนด้วย

โดยการดำเนินคดีมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนและทำเป็นขั้นตอนโปร่งใส ทั้งนี้ทางคณะทำงานยังเดินหน้าสืบสวนขยายผลต่อไป สำหรับผู้ที่ถูกออกหมายเรียกและหมายจับไปแล้ว ก็จะต้องมาพบพนักงานสอบสวนตามวันเวลาที่กำหนด หากไม่มาพบก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อ่านข่าว ‘พี่สาวบูม’ นายแบบดัง! ดอดมอบตัวแล้ว! ปมพบเงินตุ๋นบิตคอยน์หมุนเข้าบัญชี

พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวต่อว่า กรณีที่นายปริญญาได้ให้ทนายความส่วนตัวยื่นหนังสือเพื่อข้อชี้แจง และขอหลักฐานทางคดีไปตรวจสอบ ในส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เนื่องจากข้อมูลต่างๆ ที่ทางพนักงานสอบสวนรวบรวมนั้นเป็นหลักฐานทางคดีไม่สามารถเปิดเผยได้ หากต้องการที่จะชี้แจงความบริสุทธิ์ใจนั้น ก็ขอให้กลับมามอบตัวตามหมายจับกับทางพนักงานสอบสวน แล้วต่อสู้และพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน