เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจ.ชุมพร เดินทางเข้าเยี่ยม อาการของด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 11 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่โดนพิษของ แมลงด้วงก้นกระดก เข้าที่อวัยวะเพศจนมีอาการหนักถึงขั้นปัสสาวะไม่ออก นอนรักษาตัวอยู่ที่รพ.สวี อ.สวี จ.ชุมพร
โดยมีนายชาญ เสมสวัสดิ์ นอภ.สวี พร้อมด้วย นพ.พงษ์เทียน พงษ์พิพัฒน์ไพบูลย์ ผอ.รพ.สวี นำนายณรงค์ เข้าดูอาการผู้ป่วย ซึ่งมีนางจันทิมา ศรีคง อายุ 34 ปี แม่และพ่อ ของด.ช.เอ ซึ่งอยู่ที่ อ.สวี จ.ชุมพร เฝ้าดูอาการของลูกอย่างใกล้ชิดในห้องผู้ป่วย
แม่ของด.ช.เอ เล่าว่า คืนวันศุกร์ที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ลูกชายกำลังนอนอยู่ในห้อง ซึ่งเปิดไฟนีออนไว้ พบว่ามีแมลงด้วงก้นกระดกบินเข้ามาเล่นไฟนีออนที่มีแสงสีขาวแล้ว หล่นลงมาโดนตัว ลูกชาย แมลงไต่ไปที่อวัยวะเพศลูกชายจึงเอามือปัด ทำให้แมลงปล่อยสารพิษออกมา ลูกชายเอามือที่โดนพิษของแมลงมาขยี้ที่เปลือกตาด้วย จนเช้าวันเสาร์จึงเริ่มมีอาการปวดแสบปวดร้อนผิวหนังที่อัณฑะและปลายอวัยวะเพศบวม เป็นตุ่มน้ำขนาดใหญ่ ที่เปลือกตาด้ายซ้ายมีอาการแสบร้อน จึงเอายาแก้แพ้ทาให้ แต่อาการไม่ดีขึ้น ในวันอังคารลูกชายมีอาการปัสสาวะไม่ออก จึงนำตัวส่งรพ.สวี แพทย์นำตัวเข้าห้องฉุกเฉินรักษา อาการจึงปลอดภัย
ต่อมา นางเดือนเพ็ญ เคี่ยนบุ้น สาธารณสุขสวี ทราบเรื่องจึงเดินทางลงพื้นที่ต.นาสัก อ.สวี พบว่ายังมีชาวบ้านอีกหลายคนที่โดนพิษของแมลงดังกล่าว อาทิ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านผู้หญิง นางพยาบาล ของรพ.สวีที่มีบ้าน ในต.นาสัก ก็โดนพิษแมลงดังกล่าวเช่นกัน แต่มีอาการไม่มาก จึงได้รายงานให้สาธารณสุข จ.ชุมพร ทราบ
นางเดือนเพ็ญ กล่าวว่า แมลงดังกล่าวตัวเล็กประมาณ 7 มิลลิเมตร สีดำสลับน้ำตาล มีพิษเป็นกรดชนิดหนึ่ง เมื่อโดนแล้วจะมีอาการปวดแสบและทำให้เกิดตุ่มพุพอง ในคนที่แพ้จะมีอาการมาก แต่ ถ้าไม่แพ้ จะมีอาการเล็กน้อย วิธีแก้เบื้องต้นให้เอาน้ำสะอาด หรือล้างด้วยสบู่ ล้างบริเวณผิวหนังที่ได้รับพิษ ห้ามขยี้หรือเกา เพราะจะทำให้ พิษขยายวงกว้าง พิษจะเริ่มออกอาการหลังจากโดนแล้ว ประมาณ 3-4 เซนติเมตร ถ้าผู้ที่ได้รับพิษมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานอาการจะหนักขึ้น แมลงจะอาศัยตามกองขยะ กองหญ้า ชอบเล่นแสงสีขาว เช่นไฟนีออน สามารถใช้สเปรยป้องกันแมลงฉีดพ่นได้ แต่อย่าโดนตัวแมลง
นายณรงค์ กล่าวว่า แมลงดังกล่าวระบาดแล้วในจ.ชุมพร ถึง 5 อำเภอ คืออ.ปะทิว อ.เมือง อ.สวี อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน จาก 8 อำเภอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอำเภอที่เกิดน้ำท่วม คาดว่าน้ำน่าจะไปท่วมรังของแมลงที่อยู่ใต้ดิน จึงต้องออกมาอาศัยบนต้นไม้และตามบ้านเรือน โดยเฉพาะอาหารของมันคือกองขยะและชอบแสงไฟสีขาว ได้สั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังแล้ว
นอกจากนั้น แมลงด้วงก้นกระดก กำลังเป็นที่พูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์อย่างมาก มีการนำรูปภาพที่เป็นบาดแผลจาการโดนพิษของแมลงมาแสดงไว้ ทำให้เกิดความหวาดกลัว แก่ชาวบ้าน ในจ.ชุมพร อย่างมาก
สำหรับแมลงก้นกะดก หรือด้วงก้นกระดก ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน แมลงเฟรชชี่ เป็นแมลงปีกแข็งที่พบได้หลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ส่วนใหญ่แมลงชนิดนี้จะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ นาข้าว หรือตามพงหญ้า โดยเฉพาะในหน้าฝนจะมีการระบาดของแมลงชนิดนี้ในต่างจังหวัด แต่ในเมืองที่มีตึกสูงก็สามารถพบได้เช่นกัน ลักษณะของแมลงก้นกระดก มีขนาดลำตัวยาว 7-10 มิลลิเมตร ลำตัว หัว และท้องมีสีดำ ปีกคู่แรกแข็งสั้นมีสีน้ำเงินเข้ม
เมื่อเกาะกับพื้นจะงอส่วนท้องส่ายขึ้นลงซึ่งเป็นที่มาของชื่อแมงก้นกระดก ส่วนอันตรายของแมลงชนิดนี้ก็คือ ของเหลวในร่างกายแมลงก้นกระดกจะมีสาร Paederin เป็นส่วนปะกอบ มีพิษทำลายผิวหนังและเซลล์เนื้อเยื่อ แมลงก้นกระดกชอบบินหาไฟตามบ้านเรือนในช่วงกลางคืน เมื่อสัมผัสโดนแมลงชนิดนี้จะปล่อยของเหลวออกมาทำให้รู้สึกปวดแสบปวดร้อน คัน ผิวหนังไหม้ มีผื่นแดง ตุ่มน้ำ เป็นหนองขึ้นบริเวณผิวหนังที่ไปสัมผัส
ส่วนการป้องกันคือ 1.ติดมุ้งลวดและกางมุ้งนอน 2.ปิดประตู หน้าต่างให้สนิทก่อนฟ้ามืดเพื่อป้องกันแมลงชนิดนี้บินตามแสงไฟเข้ามาในบ้าน 3.เปลี่ยนหลอดไฟเป็นสีเหลืองแทนสีขาว 4.หากพบแมลงชนิดนี้ชุกชุมในบริเวณบ้าน ให้ตรวจหาและกำจัดแหล่งน้ำที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ 5.หากแมลงชนิดนี้เกาะตามร่างกาย ห้ามตีหรือขยี้ด้วยมือเปล่า ให้ใช้ผ้าหรือกระดาษเขี่ยออก แล้วรีบล้างผิวบริเวณที่สัมผัสกับแมลงด้วยน้ำและสบู่ให้เร็วที่สุด 6.ปลูก “ต้นไพรีทรัม” แซมต้นไม้ในสวนและผักสวนครัว กลิ่นของดอกไพรีทรัมมีคุณสมบัติออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาทแมลง ทำให้สลบและตายในที่สุด 7.ฉีดสเปรย์กำจัดแมลงสูตรไร้สารเคมีบริเวณหลอดไฟและรอบเตียงนอน
8.ล่อแมลงให้บินเข้ามาติดไฟล่อแมลงในพื้นที่ที่ห่างจากตัวบ้าน 9.กำจัดแหล่งที่อยู่ของแมลงก้นกระดกด้วยการตัดหญ้ารอบบ้านให้สั้นอยู่เสมอ 10.เศษอาหารให้ใส่ถุงดำมัดปากถุงให้แน่นก่อนนำไปทิ้งใส่ถังขยะนอกบ้าน เนื่องจากเศษอาหารเหล่านี้ถือเป็นแหล่งอาหารของแมลงก้นกระดก หากพบแมลงก้นกระดกมีการแพร่ระบาด ควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปกำจัดทันที
