อภ.รับมอบ “กัญชา”ของกลาง 100 กก. ครั้งแรก! ใช้ศึกษาทางการแพทย์รักษาโรคปวดรุนแรง 

25 ก.ย. 2561 - 14:55 น.

อภ.รับมอบ “กัญชา”ของกลาง 100 กก. ครั้งแรก! ใช้ศึกษาทางการแพทย์รักษาโรคปวดรุนแรง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

กัญชา – เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 ก.ย. ที่องค์การเภสัชกรรม(อภ.) นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) พร้อมด้วย นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) เข้ารับมอบ กัญชา ของกลาง 100 กิโลกรัม จากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บข.ปส.) ที่ส่งมอบให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เพื่อให้ อภ.นำไปศึกษาวิจัยทางการแพทย์ นับเป็นครั้งแรกที่ส่งมอบนอกรอบเวลาปกติที่กัญชาของกลางจะถูกนำไปเผาทำลายปีละ 1 ครั้งในวันยาเสพติดโลก 26 มิถุนายนของทุกปี

ต่อมา นพ.โสภณ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวรับมอบกัญชาของกลางครั้งนี้ ว่า ก่อนหน้านี้ ทางอภ.ได้ทำเรื่องขออนุญาตนำกัญชาของกลางนำมาวิจัยทางการแพทย์ เพื่อหาสารสกัดสำคัญทั้งทีเอชซี (THC) ซึ่งเป็นสารที่กล่อมประสาท และซีบีดี (CBD) สำหรับรักษากลุ่มโรคลมชัก โดยทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อหาปริมาณสารสำคัญ และการปนเปื้อนสิ่งต่างๆ อาทิ โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อรา เป็นต้น

กัญชา ของกลางที่นำไปใช้ศึกษาทางการแพทย์

กัญชา ของกลางที่นำไปใช้ศึกษาทางการแพทย์

ทั้งนี้ วางเป้าหมายว่าจะต้องได้เป็นน้ำมันหยอดใต้ลิ้นภายในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งในจำนวนของกลางที่รับมานั้น 100 กิโลกรัมสกัดได้ 10-15 ลิตรแบบเข้มข้น โดยต้องทำเป็นเจือจางให้ได้ น้ำมันกัญชาประมาณ 18,000 ขวด หรือ ขวดละ 5 ซีซี

“จากข้อมูลวิชาการทั่วโลกพบว่ามีการใช้กัญชาทางการแพทย์เบื้องต้นพบ 4 กลุ่มโรค คือ 1.รักษาอาการคลื่นไส้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ให้คีโม 2.โรคลมชักดื้อต่อการรักษาในเด็ก 3.ปลอกประสาทอักเสบ และ 4.อาการปวดรุนแรง ที่เดิมต้องใช้มอร์ฟีนในการบรรเทาอาการปวด ส่วนข้อเสนอเพื่อการรักษาโรคอื่นๆ เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสันนั้นจะศึกษาไปพร้อมกัน รวมถึงการใช้ในการแพทย์แผนไทยที่มีกว่า 100 ตำรับ อาจต้องรอกฎหมายปลดล็อกก่อน” นพ.โสภณ กล่าว

และว่า สำหรับของกลางที่ได้มาจะมีทั้งแบบเป็นดอก เป็นแห้ง แต่ละชนิดต้องสกัดสารสำคัญออกมาดูว่า แบบไหนได้สารสำคัญเพื่อใช้ทางการแพทย์มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าการศึกษาวิจัยครั้งนี้เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ไม่ได้ใช้เรื่องการผ่อนคลาย จึงไม่ต้องกังวล ส่วนเรื่องการควบคุมการใช้ไม่ให้หลุดออกไปในทางผิดกฎหมาย มีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า อภ.ยังมีแนวคิดศึกษาพัฒนาสายพันธุ์กัญชาให้มีคุณภาพ โดยปรับปรุงพื้นที่ภายใน อภ.เพาะปลูกกัญชา 2 สายพันธุ์ ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อเตรียมความพร้อมเดินหน้าต่อในระดับอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ตั้งความหวังว่ากฎหมายจะสามารถปลดล็อกให้ใช้กัญชาเพื่อการรักษาโรคทางการแพทย์ได้ในปี 2562 หรืออย่างช้าที่สุดคือเลื่อนไปอีก 3 เดือน


ขณะนี้กฎหมายอยู่ที่การหารือของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ก็มีการพูดถึงการใช้มาตรา 44 มาปลดล็อกเรื่องนี้

กัญชา ของกลางที่นำไปใช้ศึกษาทางการแพทย์

กัญชา ของกลางที่นำไปใช้ศึกษาทางการแพทย์

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเตรียมสกัดสารเพื่อใช้ทางการแพทย์และทดลองในมนุษย์เดือนพฤษภาคม จะมั่นใจว่ากฎหมายจะปลดล็อกได้จริงหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาได้ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ซึ่งมี ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ท่านอยู่ในคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งทราบว่ามีการแบ่งการทำงานเป็น 2 ชุด โดยแบ่งพิจารณาร่างกฎหมาย ชุดละฉบับ

ซึ่งตนไม่ทราบว่าจะพิจารณาทันหรือไม่ เพราะจริงๆร่างกฎหมาย หรือร่างพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติดรับหลักการไปเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 ในชั้นกรรมาธิการฯ คือ 90 วัน ซึ่งไม่ทันก็ขอขยายอีก 90 วัน โดยที่เราตั้งเป้าว่าศึกษาในมนุษย์เดือนพฤษภาคม 2562 เพราะติดตามโรดแมปคือ เราคิดว่าสภาฯพิจารณาเร็วที่สุด 5 เดือน และกฎหมายมีผลอีก 6 เดือนก็ลงเดือนพฤษภาคม

“ซึ่งถ้าช้ากว่านี้ก็อาจเลื่อนไปอีก 3 เดือน แต่ตามข่าวเห็นว่าทางสนช.จะรวบรวมรายชื่อ ซึ่งตนไม่ทราบว่าจะรวดเร็วแค่ไหน แต่ก็มีอีกทางที่ก่อนหน้านี้ ป.ป.ส.เสนอคือใช้มาตรา 44 แต่ทางอภ.ต้องดำเนินการของเราควบคู่ไปด้วย จะรอกฎหมายเลยคงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวผมคิดว่ามาตรา 44 ก็จะทำให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น” นพ.โสภณ กล่าว

ใช้กัญชาศึกษาทางการแพทย์

ใช้กัญชาศึกษาทางการแพทย์

ด้าน พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง รองผบ.ชปส. กล่าวว่า แต่ละปีมีการจับกุมกัญชาได้ประมาณ 7 ตัน บางปีจับที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศได้มากถึง 20 ตัน ที่ผ่านมาถูกมองเป็นขยะรอเวลาเผาทำลาย เดิมเคยมีทีมศึกษาวิจัยกัญชาจากม.รังสิต และม.นเรศวรขอของกลางไปศึกษา แต่เป็นเพราะเก็บไว้นานเลยไม่ค่อยคุณภาพเท่าที่ควร

ดังนั้นครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่นำกัญชาของกลางที่เพิ่งจับกุมได้ ถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีคุณภาพ ราคาสูงนำเข้าจากต่างประเทศ และส่งมอบให้กับทางอภ. ทำการศึกษาวิจัยทางการแพทย์ต่อ และในอนาคตหากการศึกษาเป็นไปด้วยดี ก็สามารถประสานขอของกลางมาวิจัยเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เพิ่มเติมได้อีกเช่นกัน

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ อภ.รับมอบ “กัญชา”ของกลาง 100 กก. ครั้งแรก! ใช้ศึกษาทางการแพทย์รักษาโรคปวดรุนแรง 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง