จับสาวแสบ ลวง4แรงงานไทย ไปเทที่ญี่ปุ่น ญาติร้อง บิ๊กโจ๊ก ประสานช่วยทันควัน ด้านเจ้าตัวอ้าง มีปัญหาหางานให้ไม่ได้ เลยต้องให้หลบอยู่แต่ในบ้าน

จับสาวแสบ / เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นในธรรม ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. ร่วมกันแถลงผลการจับกุม

น.ส.ชลธิชา นิยมศรี อายุ 33 ปี ในความผิดฐาน ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงนั้น ได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงและฉ้อโกง ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2592/2561 ลงวันที่ 22 พ.ย. 61 โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 248 ซ.อ่อนนุช 54 ถ.สุขุมวิท 77 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. สายด่วนต.ม. 1178 และเจ้าหน้าที่ตำรวจตม. จังหวัดนครปฐม ได้รับแจ้งจากนายอนุสรณ์ อินทโสติโทร ขอรับความช่วยเหลือ กรณีพี่ชาย ชื่อนายโต้ง กลิ่นสังข์ พร้อมเพื่อน 4 คน ถูกกักตัว ไว้ในบ้านหลังหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยพี่ชายนายอนุสรณ์บอกว่า กลัวจะได้รับอันตราย จากกลุ่มคนที่ควบคุมตัวไว้ ทั้งนี้กลุ่มคนดังกล่าวมีลักษณะ เป็นคล้ายแขกปากีสถานหรือบังกลาเทศ โดยนายโต้งเล่าให้ฟังว่า ได้รับการติดต่อจากนายหน้าให้ไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แต่พอมาถึงญี่ปุ่น กลับถูกยึดหนังสือเดินทาง และกักตัวไว้ที่บ้าน จนกว่าวีซ่าที่อนุญาตให้อยู่ในประเทศญี่ปุ่นใกล้จะหมด โดยผู้เสียหายทั้ง 4 คน สูญเสียเงินที่นายหน้าหลอกไป เป็นค่าดำเนินการกว่า 2.4 แสนบาท นายโต้งจึงพยายามติดต่อกับนายอนุสรณ์น้องชาย ให้ขอความช่วยเหลือ

ต่อมานายอนุสรณ์ เข้าไปโพสต์ข้อความในเพจ “สุรเชษฐ์ หักพาล” เพื่อขอความช่วยเหลือและประสานข้อมูจจากสายด่วน 1178 จากนั้นประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่สถานฑูตไทยประจำประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำการช่วยเหลือ คนไทย 4 คน

ประกอบด้วย นายโต้ง กลิ่นสังข์ อายุ 40 ปี นางกมลพร เลาไชย อายุ 45 ปี นางไพฑูรย์ อิ่มภักดี อายุ 44 ปี และนายสุรวิชย์ แน่นอุดร อายุ 43 ปี และส่งตัวกลับมายังประเทศอย่างปลอดภัย

หลังจากนั้นผู้เสียหายทั้งหมด เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ปคม. เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.ชลธิชา ที่เป็นนายหน้า ที่หลอกผู้เสียหายทั้ง 4 คน

ด้านนายอนุสรณ์ เผยว่า หลังจากพี่ชายเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น ก็ถูกกักตัวไว้ในบ้านหลังหนึ่ง ร่วมกับผู้เสียหายคนอื่น แต่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย จึงถ่ายคลิปวิดีโอ ส่งมาให้ตน เพื่อขอความช่วยเหลือ ตนจึงโทร แจ้งสายด่วน ตม.1175 ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ในวันที่ 10 ต.ค. พร้อมประสานข้อมูล กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จนกระทั่ง เวลา 03.00 น. ของวันที่ 11 ต.ค. พี่ชายติดต่อมาหาตน ว่าได้รับการช่วยเหลือ จนปลอดภัยแล้ว ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย วันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา

ด้านน.ส.ชลธิชา รับสภาพ ว่าได้ชักชวนผู้เสียหายทั้ง 4 คน ไปประเทศญี่ปุ่นจริง โดยเก็บค่าดำเนินการคนละ 80,000 บาท แต่เมื่อไปถึง กลับไม่สามารถหางานให้ทำได้ จึงจำเป็นต้องให้ทั้ง 4 คน อยู่ภายในห้องพักเพื่อรองาน

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าววันนี้ ผู้เสียหายได้เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหา พร้อมขอบคุณตำรวจ ที่ช่วยเหลือ จนพวกตนสามารถเดินทางกลับมาได้อย่างปลอดภัย และสามารถจับกุมคนร้ายได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน