เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 29 มกราคม พ.ต.ต.นันทพล เชื้อพรมมา สารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่า ได้มีคนร้ายงัดร้านเพชรชมภู เลขที่ 306 ถนนโพธิ์ศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี ใจกลางเมืองอุดรธานี และคนร้ายได้ยกตู้เซฟซึ่งมีทรัพย์สินมูลค่า 10 ล้านบาทเศษ ไปด้วย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รองผกก.สส. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน

 

ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น เปิดเป็นร้านจำหน่ายรองเท้า ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุดรธานี ในย่านธุรกิจของคนไทยเชื้อสายจีน พบนาย วิชัย ไตรเมธาศิลป์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านรอพบเจ้าหน้าที่แล้วได้นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบภายในร้าน พบว่าคนร้ายได้ใช้คีมตัดเหล็กมาตัดห่วงคล้องลูกกุญแจที่ประตูบานเลื่อนเหล็กหน้าร้าน ก่อนที่จะเข้าไปในร้าน แล้วได้ทำการรื้อค้นที่โต๊ะทำงาน ลิ้นชักถูกเปิดออกหมด มีเงินเหรียญ 2,000 บาทหายไป และคนร้ายได้ยกเอาตู้เซฟขนาด 50 x 50 ที่วางไว้ใต้บันไดไป ซึ่งในตู้เซฟมีทรัพย์สินเป็นชุดเพชร มูลค่า 1.2 ล้านบาท, เงินสด 6 แสนบาท, เงินสกุลต่างชาติต่างๆ มูลค่าเกือบ 1 แสนบาท,สลากออมสิน มูลค่า 5 ล้านบาท และสลาก ธกส. มูลค่า 4 ล้านบาท รวมมูลค่า 10 ล้านบาทเศษ

 

จากการสอบสวนนาย วิชัย ให้การว่า ได้เปิดร้านขายรองเท้ามาได้ 30 ปี และขณะนี้ได้เป็นคณะกรรมการศาลเจ้าปู่ย่า ที่อยู่ที่ริมหนองบัว เขตเทศบาลนครอุดรฯ สมัยปัจจุบันด้วย เมื่อคืนได้ไปร่วมงานตรุษจีนที่ศาลเจ้าปู่ย่าฯ จนถึงเที่ยงคืน ก็ได้มาเปิดร้านเอาบัญชี กลับไปทำงานต่อที่บ้าน จนรุ่งเช้า ลูกชายได้มาเปิดร้านพบว่าร้านโดนงัด จึงได้โทรศัพท์มาบอกตน แล้วก็ได้เดินทางมาดูและทำการสำรวจทรัพย์สิน พบว่าได้หายดังกล่าว ส่วนเครื่องเพชรนั้นภรรยา ซื้อมาได้หลายปีแล้ว พึ่งไปเบิกออกมาจากธนาคาร ได้เพียง 3 วัน เพื่อตั้งใจจะนำไปใส่ในงานฉลองคล้ายวันเกิด องค์เจ้าปู่ เจ้าย่า หรือ งานอาม่าแซ ในวันที่ 17 ก.พ.ที่จะถึงนี้ ซึ่งทางคณะกรรมการจัดงานนี้เป็นประเพณีทุกปี ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานี และเครื่องเพชรชุดนี้ภรรยา รักมาก เมื่อรู้ว่าถูกขโมยไปถึงเข่าอ่อนร้องไห้ตลอดเวลา

 

พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า คดีนี้คนร้ายมาก่อเหตุใจกลางเมืองอุดรธานี ในย่านธุรกิจของคนไทยเชื้อสายจีน ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ต้องจับคนร้ายให้ได้ โดยให้ตำรวจชุดสืบสวนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในละแวกแถวใกล้ ๆ ร้าน พร้อมกับให้ชุดสอบสวน ทำการสอบปากคำ บุคคล ในครอบครัว อย่างละเอียดทุกคน เพราะคนที่ทำงานในร้านนี้เป็นคนในครอบครัวเท่านั้น ไม่ได้จ้างคนที่อื่น

 

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จึงได้ทำการเก็บลายนิ้วแฝงของคนร้าย ในที่เกิดเหตุ เพื่อเป็นเบาะแส ในการสืบสวน ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน