สั่งล่าอุ้มฆ่าโหด‘2ส.ต.ท.’ ปืนจี้เอาไปยิงหัวทิ้งคูน้ำ สุดเศร้ารับศพกลับบ้าน
จากกรณีคนร้าย 8 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ใช้อาวุธปืนจี้บังคับ ส.ต.ท.นเรศว์ เอียดทอง อายุ 31 ปี ผบ.หมู่ นปพ.ฉก.31 และ ส.ต.ท.รุสไวดี สาแม อายุ 30 ปี ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม สภ.เจาะไอร้อง จากร้านน้ำชาในพื้นที่ หมู่ 2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ขึ้นรถกระบะมิตซูบิซิ รุ่นไทรทัน สีฟ้า ทะเบียน กล 3584 สงขลา ของส.ต.ท.นเรศว์ ขับออกไปช่วงค่ำวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ต่อมาพบศพตำรวจทั้ง 2 นาย ถูกยิงศีรษะเสียชีวิตทิ้งคูน้ำห่างจุดที่ถูกอุ้ม 200 เมตร ส่วนรถกระบะพบถูกเผาทิ้งอยู่ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 27 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำศาสนา พร้อมผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ สภ.เจาะไอร้อง รวมกว่า 200 คน ร่วมประกอบพิธีอาบน้ำศพ ส.ต.ท.รุสไวดี สาแม ตามพิธีหลักศาสนาอิสลามที่บ้านพัก ในพื้นที่หมู่ 2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ก่อนร่วมเคลื่อนศพไปประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิดบือแนลาแล จากนั้นเคลื่อนย้ายศพไปฝังที่กูโบร์บือแนลาแล ท่ามกลางบรรยากาศเศร้า
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
สำหรับความช่วยเหลือ นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผวจ.นราธิวาส พร้อมด้วย นายแวสะมะแอ สาและ นายอำเภอเจาะไอร้อง พ.ต.อ.ลุกมาน บาเกาะ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเข้าพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจให้กับครอบครัว ส.ต.ท.รุสไวดี พร้อมมอบเงินช่วยเหลือให้กับ นายมาหามะ สาแม บิดา จำนวน 166,666 บาท นางสารีม๊ะ สาแม มารดา จำนวน 166,666 บาท และน.ส.อามีรา สะแลแม ภรรยา จำนวน 166,666 บาท
ส่วนศพ ส.ต.ท.นเรศว์ เอียดทอง ผู้บังคับบัญชาและครอบครัว ได้รับศพจากโรงพยาบาลเจาะไอร้อง นำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดคูขุด อ.สะทิ้งพระ จ.สงขลา แล้วเช่นกัน
วันเดียวกัน ที่กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี พ.อ.ธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองรายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการให้หน่วยทหารในพื้นที่ดำเนินการติดตามจับกุมกลุ่มที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่อยู่ในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ที่อยู่ตามป่าเขาลงมาก่อเหตุ
“กรณีที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นไปได้ว่ากลุ่มคนร้ายมีความพยายามทำให้ดูเหมือนว่า เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ลงมือทำ สร้างความเข้าใจผิดให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาก็จะพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมักจะใช้วิธีการนี้ แต่อย่างไรก็ตามจะสังเกตได้ว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ถึงแม้จะสวมชุดคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร แต่จะสวมรองเท้าผ้าใบ ซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทหารอย่างแน่นอน”