ผัวเมียขับกระบะ เบรคตัวโก่งแต่ไม่ทัน ชนจยย.ตัดหน้ากะทันหันดับ 2 ศพ

ผัวเมียขับกระบะ

ผัวเมียขับกระบะ เบรคตัวโก่งแต่ไม่ทัน ชนจยย.ตัดหน้ากะทันหันดับ 2 ศพ เผยขับรถจะกลับนครสวรรค์ เจอจยย.อยู่เลนกลางจะข้ามถนน ก่อนวิ่งตัดหน้าเลยเบรคไม่ทัน

ผัวเมียขับกระบะ / เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ร.ต.อ.วิโชคชัย อ่อนละมัย รอง สว. (สอบสวน) สภ.สรรคบุรี อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 2 ราย บนถนนสาย 340 (ชัยนาท-สุพรรณบุรี) กม.151 ขาขึ้น บริเวณหมู่ 2 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี (สะพาน 7) จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมประสานกู้ชีพโรงพยาบาลสรรคบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาท เข้าช่วยเหลือโดยด่วน

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชัยนาท คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และรถกระบะยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมค สี่ประตู สีดำ ทะเบียน 4กพ8190 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่เลนขวา สภาพกันชนหน้าแตกหลุดออกมา มีนายวรวิทย์ จันทรังษี อายุ 30 ปี อยู่เขตบางแค กรุงเทพฯ เป็นคนขับ ยืนให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ห่างไปประมาณ 3 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 8กศ2779 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่สภาพพังยับ และที่กลางถนนพบร่างผู้เสียชีวิต สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นลายสีน้ำตาล ทราบชื่อ นายปองปรีดา ชุมนุม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 7 ต.ห้วยฝ้ายพัฒนา อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ส่วนอีกราย คือ นายชาน แรน อายุ 37ปี สัญชาติกัมพูชา ได้รับบาดเจ็บสาหัสเจ้าหน้าที่นำตัวส่งรักษา ที่โรงพยาบาลสรรคบุรี และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายวรวิทย์ จันทรังษี คนขับรถกระบะที่เกิดเหตุ เล่าว่า เดินทางมาจากกรุงเทพฯกับภรรยามุ่งหน้าจังหวัดนครสวรรค์ ตอนมาถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถจักรยานยนต์ขับมาอยู่เลนกลางแล้ว เขาพยายามจะข้ามถนน ตอนนั้นมีรถกระบะขับนำหน้ามา 1 คัน แต่รถคันหน้าเขาหักหลบไปเลนขวา รถจักรยานยนต์ไม่ยอมออกซ้ายยังฝืนเข้าไปในเลนขวา ตนพยายามเบรกจนล้อตายลากมายาว แต่เบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนรถจักรยานยนต์ ตอนนั้นมีรถตามหลังมาอีกหลายคัน แต่การจราจรไม่หนาแน่นมากนัก ใช้ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม.

ทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงรณรงค์เทศกาลสงกรานต์ 2562 จังหวัดชัยนาทมีผู้เสียชีวิต รวม 3 รายแล้ว

บทความก่อนหน้านี้หวิดดับ 4 ชีวิตหนีตาย เก๋งพุ่งชนท้ายกระบะ ติดไฟแดง ไฟลุกพรึ่บเผาวอดทั้งคัน
บทความถัดไปรองโฆษกปชป. อัด ‘บิ๊กตู่’ ใช้ ม.44 อุ้ม 3 ค่ายมือถือทำมูลค่าหุ้นพุ่ง ชี้ เลวร้ายกว่ายุคทักษิณ