จากกรณี นายชัยยศ โทษาธรรม อายุ 24 ปี หายตัวไปในป่าเขตแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้บ้านโอทะลัน ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งญาติๆ และชาวบ้าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ช่วยกันออกค้นหาแต่ก็ยังไม่พบ ขณะที่ญาติบอกว่า นายชัยยศ มีความสนใจอยากเห็นสิ่งศักดิ์ตามที่หมอไสยศาสตร์บอกไว้ จึงได้จัดหาสิ่งของ พร้อมกับดอกไม้กำใหญ่ เพื่อไปบูชา และจะนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ในถ้ำออกมา กระทั่งวานนี้ (3 มิ.ย.) มีชาวบ้านไปพบว่าเสียชีวิตในซอกหิน บริเวณถ้ำผาสาวโศก ทั้งที่เจ้าหน้าที่ไปหาบริเณนั้นแล้วกลับไม่พบ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 4 มิ.ย. นายพัฒนา พึ่งผล ปลัดอาวุโส อ.บัวเชด พร้อมด้วย ร.ต.อ.ชูชีพ บานพิทักษ์ รอง ผอ.ร้อย ตชด.214 กองกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 ประจำฐานปฏิบัติการช่องกระโดน ต.จรัส, จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอบัวเชด จนท.ทหาร จากหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี, ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 214, จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ, แพทย์จาก ร.พ.บัวเชด, จนท.ตำรวจ สภ.บัวเชด, จนท.กู้ภัยสุรินทร์, จนท.วีอาร์กู้ชีพ และจนท.กู้ภัยตาดาน ได้นัดหมายรวมตัวกันเดินเท้าไปชันสูตรศพ นายชัยยศ พร้อมด้วย นายแสงอุทัย โทษาธรรม อายุ 56 ปี และ นางระพิน โทษาธรรม อายุ 55 ปี พ่อและแม่ของผู้ตาย นางมะลิ เทอำรุง อายุ 53 ปี น้าของผู้ตาย พร้อมด้วยญาติพี่น้องที่เดินทางมาจาก จ.สกลนคร ไปทำพิธีเชิญวิญญาณ และชันสูตรศพ ก่อนเคลื่อนนำศพกลับออกมาจากพื้นที่พบศพซึ่งอยู่ในป่าลึก
ซึ่งศพได้ถูกนำมาถึงวัดบ้านโอทะลัน ต.จรัส ในเวลาประมาณ 13.30 น. ก่อนจะมีพิธีฌาปนกิจศพแบบเรียบง่ายด้วยกองฟืนในเวลา 15.00 น.ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวและญาติพี่น้อง ก่อนที่ครอบครัวและญาติพี่น้องจะทำการเก็บกระดูกในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ และในช่วงเช้าจะประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย ที่วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ต.จรัส อ.บัวเชด ก่อนจะนำกระดูกกลับบ้านเกิดที่ จ.สกลนคร ต่อไป
ขณะที่พ่อแม่และญาติพี่น้องของผู้ตาย ระหว่างที่เผาศพ ได้พากันเดินยกมือไหว้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และซาบซึ้งถึงน้ำใจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ ที่ให้ความช่วยเหลือและดูแลเป็นอย่างดีตลอดเวลาที่ค้นหาศพกว่า 14 วัน แม้จะพบกลายเป็นศพก็ตาม ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่างให้กำลังใจครอบครัว ได้สู้และดำเนินชีวิตต่อไป
โดยญาติๆ เชื่อว่า สิ่งลี้ลับในป่าเขตแนวชายแดนบริเวณถ้ำผาสาวโศกมีจริง และปิดบังช่อนเร้นไม่เปิดทางให้เห็นผู้ตายแม้ว่าจะติดตามและเชื่อว่าผู้ตายอยู่ในบริเวณนี้อย่างแน่นอนตามคำบอกเล่าของร่างทรง แม้จะระดมกำลังกันค้นหาจำนวนมากก็ตาม แต่ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ใช้เวลาค้นหาถึง 14 วัน จนมีชาวบ้านไปพบเป็นศพดังกล่าว
นางมะลิ น้าของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ครอบครัวเราหมดความหวังแล้ว กำลังจะกลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานนี้ พอเราพูดว่าจะกลับ ก็มีคนส่งข่าวให้เราทราบและไปดูศพเลย ก็เป็นเขาจริง ศพอยู่ในหลืบหิน ถ้าไม่สังเกตุก็จะไม่เห็นเลย ดีใจที่พบเขา แต่เสียใจที่เขาไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุเราก็ไม่รู้ว่าเขามาเข้าป่าทำไม เพราะเขาไม่ค่อยกลับบ้านและไม่ได้อยู่กับเรา ต้องขอขอบคุณทีมงานทุกภาคส่วนและชาวบ้านที่ช่วยเหลือเราทุกอย่าง ขอบคุณมากๆไม่ทอดทิ้งเรา ทั้งๆที่เราไม่ใช่ญาติ
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
ด้าน นายพัฒนา กล่าวว่า หลังพบศพเมื่อวานแต่ยังไม่ได้ชันสูตร เนื่องจากถึงเวลาค่ำมืดและอยู่ในป่าลึก วันนี้จึงได้เดินทางไปชันสูตรดังกล่าว เพราะเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ ส่วนสาเหตุการตายในเบื้องต้น เท่าที่ทราบจากประชาชนที่พบเห็น ก่อนหน้านี้ ร่างกายค่อนซูบซีด อิดโรย สุขภาพอ่อนแอ บอบบาง มีตุ่มขึ้นตามลำตัว เนื่องจากนอนอยู่กลางป่าและอดอาหารหลายวัน สาเหตุน่าจะมาจากสุขภาพร่างกายไม่ดี แพทย์ระบุว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 10 วัน สภาพนอนคุดคู้เหมือนนอนหลับไปเลย ไม่มีการทุรนทุราย ไม่มีสัตว์ป่าทำร้าย น่าจะนอนเสียชีวิตด้วยความอ่อนเพลียของร่างกาย