เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มี.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย นายอวยชัย อินทรนาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งสามารถจับกุมได้ตามหมาย จับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินนับร้อยล้านบาท หลังได้ติดตามแกะรอยมานาน 1 ปี โดยผู้ต้องหาประกอบด้วย น.ส.พรชนก หรือจูน ฝอยทอง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/154 ถนนเลียบทางด่วน แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร และนายวุฒิชัย หรือสัน สอนอินทร์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 1 ตำบลถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักในพื้นที่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ชุดจับกุมได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำนวนสองรายซึ่งรับว่าเป็นเครือข่ายใหญ่และมีนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่ใกล้เคียง
โดยจับกุมนายวัชรพล หรือแจ๊ค หนูสุข ได้ยาบ้า 160,000 เม็ดยาไอซ์ 2.8 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2559 ในพื้นที่อำเภอพนม และจับกุมนายวิวัฒน์ชัย หรือยับ จันทร์ชุม พร้อมยาบ้า 298,000 เม็ด เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ในพื้นที่อำเภอพุนพิน
หลังจากนั้นชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีและปปส.ภาค 8 เฝ้าติดตามแกะรอย รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามเครือข่ายเจ้าของยาเสพติดที่แท้จริง ซึ่งเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังจนกระทั่งทราบว่านายวุฒิชัย เป็นนายทุนและผู้ค้ารายใหญ่ โดยมีน.ส.พรชนก ซึ่งเป็นลูกน้องและเป็นเพื่อนของแฟนสาว ทำหน้าที่กระจายให้เครือข่ายในภาคใต้และนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด อำพรางธุรกิจขายบ้านมือสองกับน.ส.ขวัญ ซึ่งเป็นแฟนสาวของนายวุฒิชัย ต่อมาศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองเข้าจับกุมทั้งสองคน
จากนั้นดำเนินการยึดทรัพย์สินในเครือข่ายดังกล่าวมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ประกอบด้วยทรัพย์สินของนายวุฒิชัยและนางสาวขวัญแฟนสาว คือทองคำหนัก 200 บาท ทองรูปพรรณหนักกว่า 20 บาท เงินสด 230,000 บาท เงินฝากในบัญชี 8,300,000 บาท บ้านเปิดเป็นธุรกิจขายบ้านมือสอง 15 ล้านบาท บ้านพร้อมที่ดินอีก 13 หลัง ย่านนนทบุรี รถยนต์ 4 คันรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทรัพย์สินอื่นๆอีกหลายรายการ
ส่วนทรัพย์สินของน.ส.พรชนกประกอบด้วย บ้านเดียวสองชั้นในหมู่บ้านหรูราคาประมาณ 10 ล้านบาท รถกระบะใหม่ หนึ่งคันมูลค่า 1,200,000 บาท รถยนต์หนึ่งคัน เงินสดในบัญชี 170,000 บาท และทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการ จึงดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมายต่อไป

