ไม่เกิน 2 สัปดาห์รู้ผลดีเอ็นเอกระดูก8ชิ้น คดี บิลลี่ ผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมซุ้มมือปืน

บิลลี่

ไม่เกิน2สัปดาห์รู้ผลดีเอ็นเอกระดูก8ชิ้น คดี บิลลี่ ผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมซุ้มมือปืน จิตใจเหี้ยมโหด ก่อเหตุฆ่าคนตายได้ เพียงเพราะมีเหตุขัดแย้งทั่วไป

บิลลี่ / เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีฆาตกรรม นายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย ว่า การประชุมวันนี้อธิบดีดีเอสไอเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนแต่ละชุดลงพื้นที่ สอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐาน

โดยขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ชุดสืบสวนยังต้องติดตามพยานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทั้งการติดตามรถจักรยานยนต์ กล้อง และกระเป๋าเป้ของนายบิลลี่ แต่ยังไม่ได้พิจารณาการออกหมายหรือเรียกบุคคลใด และหมายค้นในสถานที่ใด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ส่วนการตรวจชิ้นส่วนกระดูกที่พบ 20 ชิ้น ตรวจพิสูจน์ได้เพียง 8 ชิ้น เป็นกระดูกมนุษย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าที่เหลืออีก 12 ชิ้น จะไม่ใช่กระดูกมนุษย์ เพียงแต่ว่าวัตถุพยานที่พบมีขนาดชิ้นส่วนที่เล็กเกินไป จนไม่สามารถนำมาตรวจหาดีเอ็นเอได้ มั่นใจอีกว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยจะทราบผลตรวจที่ชัดเจน เพราะการตรวจหาดีเอ็นเอจากชิ้นกระดูกมนุษย์ ยากกว่าการตรวจจากเนื้อเยื่อ

พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวอีกว่า สำนวนคดีเจ้าหน้าที่อุทยานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบไม่ส่งตัวนายบิลลี่ ไปดำเนินคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ส่งสำนวนให้ดีเอสไอดำเนินคดี คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะส่งถึงดีเอสไอ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำมารวบรวมกัน เพื่อให้คดีมีพยานหลักฐานเพิ่มมากขึ้น

การสอบสวนของดีเอสไอจะไม่เรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือกลุ่มผู้ต้องสงสัยมาให้ปากคำ แต่จะใช้วิธีสอบสวนและค้นหาพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์การกระทำความผิด โดยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 6 ชุด ได้หลักฐานที่มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น สัปดาห์ต่อไปจะเน้นสอบพยานในที่เกิดเหตุ พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และค้นหาพื้นที่ต้องสงสัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนแนะนำให้ทีมสอบสวนรวบรวมสำนวนคดีฆาตกรรมอื่นๆ ที่เคยเกิดเหตุในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งเกี่ยวพันกับกลุ่มผู้ต้องสงสัย เพื่อเชื่อมโยงให้เห็นถึงพฤติกรรมและแรงจูงใจในการก่อเหตุอุกอาจ ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยมีพฤติการณ์เป็นซุ้มมือปืน จิตใจเหี้ยมโหด สามารถก่อเหตุฆ่าคนตายได้ เพียงเพราะมีเหตุขัดแย้งทั่วไป

บทความก่อนหน้านี้ดัชนีเริ่มดีดกลับหลังจากประคองตัวไม่หลุดทำ New low ในต้นสัปดาห์
บทความถัดไปนิชิโนะ หวังพา ช้างศึก ยู-23 คว้าตั๋วลุยโอลิมปิก ที่ญี่ปุ่น – ย้ำทุกคนต้องทำงานหนัก