ดส.รวบ สาวสุดแสบ หน.แก๊งคอลฯข้ามชาติ อ้าง‘บิ๊กดีเอสไอ’ ลวงเหยื่อสูญ 20 ล้าน
แก๊งคอลฯข้ามชาติ / เมื่อวันที่ 27 ก.ย. พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล สว.กก.ดส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการที่ 1 กก.ดส.บช.น.
นำกำลังเข้าจับกุมนางวสุธร มิ่งขวัญ อายุ 34 ปี ชาว ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ตามหมายจับ 5 หมาย ประกอบด้วย 1.หมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 322/2562 ลงวันที่ 28 ส.ค. 2562 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นอื่น”
2.หมายจับศาลแขวงนครปฐมที่ 4/2561 ลงวันที่ 12 ม.ค. 2561 ข้อหา “ฉ้อโกง และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”
3.หมายจับศาลจังหวัดพิจิตร ที่ 34/2561 ลงวันที่ 12 มี.ค. 2561 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” 4.หมายจับศาลจังหวัดหล่มสัก ที่ 85/2561 ลงวันที่ 15 พ.ย. 2561 ข้อหา “ฉ้อโกง” และ 5.หมายจับศาลจังหวัดพะเยา ที่ 148/2559 ลงวันที่ 30 พ.ย. 2559 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์ ,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมฯ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนหรือผู้อื่น”
โดยจับกุมได้หน้าบ้านเลขที่ 72/4 บางไผ่ ซอย 5 ต.บางไผ่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
พ.ต.ท.ปียรัช เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาเป็นหัวหน้าขบวนการคอลเซ็นเตอร์ชาวไทยร่วมกับคนไนจีเรีย จัดตั้งสำนักงานใหญ่ใจกลางเมืองประเทศมาเลเซีย โทรหลอกคนไทย โดยอ้างว่าเป็น จนท.ดีเอสไอ ระดับสูง อ้างว่าจะอายัดบัญชี ต้องรีบโอนเงินเคลียร์กับเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมเป็นแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกเหยื่อที่เป็นแม่ม่ายว่าเป็นฝรั่งสูงอายุ จะมาอาศัยอยู่เมืองไทย ส่งของมาให้ไปรับแต่ต้องจ่ายเงินค่าภาษีให้ก่อน จากนั้นผู้ต้องหาจะมีการว่าจ้างคนไทยที่รู้จักให้เปิดบัญชีธนาคาร เมื่อหลอกเหยื่อสำเร็จก็จะให้โอนเข้าบัญชีธนาคารมาเลเซียทันที เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม โดยกลุ่มผู้ต้องหากระทำมาตั้งแต่ปี 2558 สร้างความเสียหายมากกว่า 20 ล้านบาท
“นอกจากนี้ขบวนการดังกล่าว ยังปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ ด้วยการสุ่มโทรศัพท์หาหมายเลขเบอร์โทรศัพท์สวย เนื่องจากผู้ที่ใช้เบอร์สวยจะเป็นเหยื่อที่มีฐานะดี ก่อนลวงว่าจะมีการอายัดบัญชี ทำให้ผู้เสียหายหลงกล ต้องสูญเสียเงินไปหลายล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงวางแผนหลังจากที่ผู้ต้องหาเสร็จงานที่ประเทศมาเลเซีย อาศัยจังหวะกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว” พ.ต.ท.ปียรัช กล่าว
สอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีและประสาน ป.ป.ง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า ได้ถูกออกหมายจับเพิ่มอีก 2 หมาย ประกอบด้วย หมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ที่315/2561 ลงวันที่ 23 มิ.ย. 2561 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์” และหมายจับศาลแขวงดอนเมือง ที่165/2559 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2558 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” รวมหมายจับทั้งหมด 7 หมาย