แห่บริจาคเงินช่วยครอบครัว 13ศพนักศึกษา กระบะมรณะ เผยวันเดียวกว่า 2ล้านบาท

แห่บริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัว 13 ศพนักศึกษา กระบะมรณะ เผยวันเดียวยอดกว่า 2 ล้านบาท คาดเยียวยาได้ครอบครัวละ 5 แสนบาท ด้าน แม่ผู้ตาย เผยยังทำใจไม่ได้ ขอให้กรณีของลูกเป็นเหตุการณ์สุดท้าย

จากกรณีรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ผจ 5322 ระยอง ประสบอุบัติเหตุเสียหลักพลิกคว่ำพังยับบริเวณถนนกิ่งแก้ว ปากทางเข้าซอยกิ่งแก้ว 21 มุ่งหน้าลาดกระบัง ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 13 ราย เป็นกลุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้นำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดส่งถึงครอบครัวที่จ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

รองผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ โชว์ยอดเงินบริจาคช่วยครอบครัว กระบะมรณะ
รองผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ โชว์ยอดเงินบริจาคช่วยครอบครัว กระบะมรณะ

ต่อมา นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับ นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ และคณะอาจารย์ ได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ชื่อบัญชี เพื่อนักศึกษาผู้ประสบอุบัติเหตุวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ บัญชีเลขที่ 678-6-17357 เพื่อขอรับบริจาคจากทั่วประเทศเพื่อเป็นการให้การช่วยเหลือผู้ที่เสียชีวิตในครั้งนี้

ล่าสุดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่สำนักอำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายสำราญ สีปวน รอง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ได้นำเอาสมุดบัญชีธนาคารที่เปิดรับบริจาคเงินจากทั่วประเทศเพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือนักศึกษาที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ มาให้สื่อมวลชนตรวจสอบ

โดยพบว่า จากการที่ได้เปิดบัญชีธนาคารรับบริจาคได้เพียง 1 วัน มียอดเงินบริจาคเข้ามามากถึง 2,228,663.95 ล้านบาท โดยยังคงมีการบริจาคเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ นายประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับ นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ และคณะอาจารย์ ยังคงออกตระเวนไปเยี่ยมปลอบขวัญ วางพวงหรีดไว้อาลัย และมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่พ่อแม่ญาติพี่น้องของนักศึกษาที่เสียชีวิต โดยในวันนี้จะเดินทางไปที่ อ.ปรางค์กู่ อ.วังหิน และ อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

นายสำราญ กล่าวถึงกรณีมีผู้ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการเปิดบัญชีเพื่อขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือนักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตนั้น ว่า เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลที่อาจจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ ซึ่งผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ พร้อมกับตนและคณะอาจารย์ทุกคนพร้อมรับคำแนะนำ ซึ่งการที่เปิดบัญชีรับบริจาคขึ้นมานั้น เป็นช่องทางเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วประเทศและองค์กรต่าง ๆ ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ครอบครัวของ 1 ใน 13 ศพนักศึกษา
ครอบครัวของ 1 ใน 13 ศพนักศึกษา

นายสำราญ กล่าวต่อว่า และถือเป็นการให้ความช่วยเหลือทุกวิถีทางที่เราจะทำได้ เพื่อเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกรายอย่างดีที่สุด โดยบัญชีธนาคารที่เปิดขอรับบริจาคจะมีการหารือกันว่า จะปิดบัญชีในเร็ว ๆ นี้ เพื่อนำเงินบริจาคทั้งหมดไปให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป เบื้องต้นคาดว่า ทางครอบครัวจะได้รับเงินช่วยเหลือครอบครัวละประมาณ 500,000 บาท

นายสำราญ กล่าวอีกว่า โดยจะได้รับเงินจากสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา รายละ 100,000 บาท เงินประกันชีวิต รายละ 100,000 บาท กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากรถรายละประมาณ 100,000 บาท และจากเงินที่ได้รับบริจาค อีกประมาณรายละ 200,000 บาทเศษ ซึ่งในส่วนของเงินที่ได้รับบริจาคอาจจะมีการแบ่งเป็นให้นักศึกษาปัจจุบันรายละ 70 เปอร์เซ็นต์ และศิษย์เก่าที่เสียชีวิตรายละ 30 เปอร์เซ็นต์

รอง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ กล่าวว่า โดยจะยังมีการช่วยเหลือจากบริษัทต่าง ๆ ที่แสดงความจำนงจะให้การช่วยเหลือนักศึกษาที่เสียชีวิตเข้ามาด้วย โดยเงินบริจาคทั้งหมดจะนำมามอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตในวันที่ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ในวันที่ 3 ต.ค.นี้ ซึ่งจะมีการจัดคณะอาจารย์แบ่งสายกันนำเอาเงินไปมอบให้และเพื่อช่วยดูแลในงานศพทุกศพด้วย

นายสำราญ กล่าวด้วยว่า การเปิดบัญชีธนาคารขอรับบริจาคเงินนี้ มีคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายจาก นายอักษรศิลป์ จำนวน 3 คน ประกอบด้วย ตน, นางพัชรินทร์พันธ์ เอมรัตน์ หัวหน้างานการเงิน และนายกัมปนาท พระสุพรรณ หัวหน้างานกิจกรรมนักศึกษา โดยการเบิกถอนเงินจะต้องลงนามเบิกถอน 2 ใน 3 คน และจะต้องได้รับการอนุมัติจาก ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ เท่านั้น จึงจะเบิกถอนเงินได้

นายสำราญ กล่าวว่า ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 13 รายนั้น เป็นนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 10 ราย ศิษย์เก่า 2 ราย ที่ไปทำงานอยู่อู่ซ่อมรถซึ่งนักศึกษาที่เสียชีวิตไปฝึกงาน รวม 12 ราย และเป็นช่างของอู่  1 คน บ้านเกิดอยู่ที่ อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

ภาพการร่วมกิจกรรมของ นายสุประชัย วรรณทวี อายุ 20 ปี  นักศึกษาเรียนดี
ภาพการร่วมกิจกรรมของ นายสุประชัย วรรณทวี อายุ 20 ปี นักศึกษาเรียนดี

รอง ผอ.วิทยาลัยฯ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี นายสุประชัย วรรณทวี อายุ 20 ปี นักศึกษาที่เสียชีวิตนั้น เป็นเด็กเรียนดี ความประพฤติดีและเป็น นายกองค์การวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า ประธานนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ โดยนายสุประชัยได้รับเลือกตั้งจากเพื่อนนักศึกษาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น และได้เรียนแผนกวิชาช่างยนต์ สาขาวิชาเคาะและพ่นสีตัวถังรถยนต์ ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเป็นอย่างมาก

ด้าน นางสุชาดา วรรณทวี อายุ 42 ปี แม่ของนายสุประชัย กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังทำใจไม่ได้ต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนายสุประชัย และยังคิดถึงอยู่ตลอด ซึ่งเป็นนายสุประชัยลูกเพียงคนเดียวของครอบครัว ตนอยากขอให้กรณีของนายสุประชัย เป็นกรณีสุดท้ายในการเกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ และขับรถด้วยความเร็วสูง

นางสุชาดา กล่าวต่อว่า เนื่องจากว่า เป็นการทำให้ชีวิตของคนที่เป็นอนาคตของชาติและเป็นที่รักของครอบครัวต้องสูญเสียไปอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น ตนขอฝากไปยังทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องว่า ขอให้กวดขันในเรื่องเมาแล้วขับ และการขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนดด้วย เพราะว่าไม่อยากให้เกิดสูญเสียเหมือนลูกชายของตนอีกต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ไลน์แบกเกอร์​ เรดเดอร์ส สุดโหดปะทะหนักคอแทบหัก โดน เอ็นเอฟแอล แบนยาวทั้งฤดูกาล (คลิป)
บทความถัดไปล้างหน้ายุคไฮเทค