จากกรณีผู้เป็นพ่อโมโหร้ายตีลูกชายด้วยสายไฟและไม้แขวนเสื้ออย่างรุนแรง กระทั่งเด็กเดินหนีออกจากบ้านมาพบกับชาวบ้านช่วยเหลือไว้ บริเวณปากซอยในพื้นที่ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้รับตัวมาอยู่ในความดูแลของทางบ้านพักเด็ก พร้อมเตรียมนำตัวไปตรวจร่างกาย และฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กและแม่ รวมถึงเตรียมวางแผนการเยียวยาครอบครัวเพื่อปรับ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

อ่านข่าว พ่อตีลูกเลือดซิบ! ชาวบ้านเจอด.ช.11 ขวบ เดินเท้าเปล่าร้องไห้หนีออกจากบ้าน 5 ก.ม.

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 พ.ค. น.ส.ภัทรภร อุปริรัตน์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ปทุมธานี กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางเข้ารับด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี และนางบี (นามสมมติ) อายุ 39 ปี มารดาเด็ก ที่บ้านเพื่อนแม่เด็ก ย่านอ.คลองสาม จ.ปทุมธานี

นางบี อายุ 39 ปี มารดาเด็ก กล่าวว่า เมื่อคืนได้คุยกับพ่อของเด็ก ซึ่งแจ้งว่าเกิดความเครียดจึงลงมือก่อเหตุโดยไม่คิด อาจเกิดจากการเครียดเรื่องการเงินภายในครอบครัวและเรื่องปัญหาที่ทำงาน จึงทำให้เกิดอาการหงุดหงิดโมโหง่าย เมื่อกลับมาเห็นว่าบ้านรกจึงทำไปด้วยอารมณ์โมโห และขอเดินทางไปหาหมอ เนื่องจากเกิดอาการปวดหัวมาก จึงบอกให้ไปหาหมอและให้กินยานอนพักผ่อนที่บ้านก่อน

ส่วนลูกชายจะให้ไปนอนบ้านเพื่อนที่ทำงานก่อน ซึ่งก็ได้พูดคุยปรึกษากับพี่สาว ซึ่งเป็นป้าของเด็กที่จ.สกลนคร โดยจะให้ลูกไปอยู่กับป้าและเรียนที่ต่างจังหวัดก่อน ซึ่งตนเองคิดว่าอาจเกิดจากพ่อและแม่ไม่ได้เลี้ยงลูกมาตั้งแต่เล็ก จึงทำให้ไม่เข้าใจการเลี้ยงลูกที่ถูกหลัก เนื่องจากเพิ่งรับลูกมาอยู่ด้วยเมื่อตอนลูกขึ้น ป.2 และมาอยู่ได้ประมาณ 2 ปี และพ่อของเด็กจึงเคี่ยวเข็ญเรื่องการเรียน เนื่องจากจะเปลี่ยนโรงเรียนจากเอกชน มาสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาล จึงเกรงว่าลูกจะไม่เก่งเรื่องการเรียน จึงมีการดุและตี บ่อยครั้ง จากนี้คงต้องค่อยๆ ปรับความเข้าใจกัน และปรับการดำเนินชีวิตกันใหม่เพื่อให้เรื่องราวมันผ่านไปได้ด้วยดี

น.ส.ภัทรภร กล่าวว่า จากนี้จะพาเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์รังสิต เพื่อรักษาอาการของบาดแผลตามร่างกาย พร้อมกับให้ทางแพทย์ได้รักษาฟื้นฟูทางด้านสภาพจิตใจ และได้พูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจ วางแผนการใช้ชีวิตในครอบครัว กับทางครอบครัวเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตครอบครัวได้อย่างมีความสุขต่อไป

ส่วนทางด้านพ่อของเด็ก จะไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถไกล่เกลี่ย พูดคุยเจรจากันได้ แต่ก็จะต้องดำเนินการพูดคุยกับพ่อของเด็ก โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ฟื้นฟู รักษาพูดคุยกับพ่อเกี่ยวกับการวางแผนการเลี้ยงดูบุตร

ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาให้ครอบครัวสามารถลดอาการเครียดลงไปได้ และในส่วนของเรื่องการเรียนของเด็ก ซึ่งทางแม่ต้องการย้ายไปอยู่กับป้าที่ต่างจังหวัด ทางบ้านพักเด็กได้ประสานทางบ้านพักเด็กของจ.อุดรธานี เพื่อให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินทุนในการดูแลทางด้านการศึกษา ซึ่งจะมีงบประมาณให้เดือนละ 2,000 บาท ให้กับเด็ก ขณะอยู่ในความดูแลของป้าที่ต่างจังหวัด เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับพ่อและแม่ของเด็กอีกทาง ซึ่งจะค่อยๆ แก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อให้ครอบครัวสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน