ตร.ล่าแก๊งโจ๋ ไล่ตีคนไม่เลือก ผู้ช่วยผญบ. เข้าห้าม โดนรุมสลบ เจ็บ4 สาหัส2
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก Red skull society โพสต์คลิปกลุ่มวัยรุ่นไล่ทุบตีชาวบ้านหลังกลับจากรถแห่งานบวช ที่บ้านเทพพัฒนา อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย สาหัส 2 เมื่อคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปได้มีคนวิพากษ์วิจารณ์ การกระทำดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
ล่าสุดวันที่ 2 มี.ค. พ.ต.ท.สุพล มีศิลป์ รองผกก. สืบสวน สภ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณร้านค้าของ นายสมัคร สายเบาะ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ พบมีร่องรอยความเสียหายเป็นป้ายโฆษณาหน้าร้าน มีเศษไม้เศษหินตกอยู่ทั่วบริเวณ
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

นายสมัคร สายเบาะ เจ้าของร้าน กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุตนก็เปิดร้านตามปกติ เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. หลังจากรถแห่เลิกจากการแห่นาคในงานอุปสมบทในหมู่บ้าน มีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถมอเตอร์ไซค์หลายคันไล่กัน พร้อมตะโกนด่ากับวัยรุ่นในหมู่บ้านที่เดินมาแล้วไล่ทุบตีกัน
นายสมัคร กล่าวต่อว่า วัยรุ่นบางคนได้วิ่งหนีเข้าในร้าน กลุ่มที่ขับรถไล่มาพยายามจะเข้าไปในร้าน ตนก็ห้ามเพราะเกรงร้านจะได้รับความเสียหาย กลุ่มวัยรุ่นจึงเอาก้อนหินขว้างเข้าไปในร้าน ก้อนหินไปโดนลูกค้า เจ็บ 1 ราย
“จากนั้น นายสุรพงษ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่2 ซึ่งอยู่บริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปห้าม แต่กลับถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายจนสลบคาที่ และยังทำร้ายลูกค้าที่อยู่หน้าร้านอีก 2 คน จนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ก่อนวัยรุ่นจะขับรถหนีไป” นายสมัคร กล่าว
ด้าน นายกิติวรา ปัจมร อายุ 45 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนพาหลานมาซื้อของในร้านค้า เมื่อมาจอดหน้าร้าน จู่ ๆ วัยรุ่นก็ใช้ไม้มาทุบด้านหลัง ตนก็พยายามสู้แต่สู้ไม่ไหวเพราะวัยรุ่นมาหลายคน ส่วนหลานวิ่งหลบหนีไปก่อน
ขณะที่ นายสุรพงษ์ อ่อนหนองหว้า อายุ 39 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่2 กล่าวว่า ตนเห็นเหตุการณ์ก็เข้าแสดงตัวแล้วเข้าไปห้าม แต่กลุ่มวัยรุ่นไม่สนใจใช้ไม้มารุมทุบแบบไม่สนใจใคร ตนพยายามสู้แต่สู้ไม่ไหว ก่อนจะหมดสติไป
สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 คน อาการสาหัสต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล 2 คน คือ นายปิติ เวียงสมุทร อายุ 24 ชาวบ้านเทพพัฒนา และนายสุรพงษ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะคำ รู้ตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว ทั้งหมดมีมากกว่า 10 คน อยู่ต่างหมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน โดยจะเร่งตามตัวมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป