เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเกิดเหตุโบสถ์วัดสันติธรรมาราม (ตาลเดี่ยว) ม.3 ต.วังน้อย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ทรุดตัวพังและเอียง แต่พระประธานในโบสถ์ไม่ได้รับความเสียหาย จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
เมื่อไปถึงพบว่าตัวโบสถ์ขนาดใหญ่ด้านซ้ายทรุดตัวเอียงพังลงไปครึ่งหนึ่ง ตัวหลังคาพังเสียหายพนังรอบโบสถ์แตกร้าว ตรวจสอบภายในโบสถ์เสาทุกต้นเอียง เพดานพังเสียหายพื้นทรุด ส่วนที่บริเวณฐานองค์พระประธานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่นับถือของชาวบ้านไม่มีการทรุดตัว องค์พระประธานและพระพุทธรูปที่อยู่ในโบสถ์ไม่ได้รับความเสียหายซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ ทางวัดต้องกั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าไปเกรงจะพังถล่มลงมาซ้ำ
นอกจากนี้ พระสงฆ์พร้อมด้วยชาวบ้านต้องช่วยกันเร่งขนย้ายพระพุทธรูปและข้าวของเครื่องใช้ ต่างๆ ออกจากโบสถ์เป็นการด่วน ส่วนของพระประธานมีขนาดใหญ่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้
พระครูสังฆรักษ์ ศุภพงษ์ สุขิโต อายุ 30 ปี เจ้าอาวาสวัดสันติธรรมาราม กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นพื้นด้านข้างโบสถ์เกิดการแตกราวและทรุดตัวเล็กน้อย จนเมื่อกลางดึกเกิดการทรุดตัวอีก ต่อมาเมื่อช่วงเช้าตัวโบสถ์ด้านซ้ายทรุดตัวพังลงไป
โบสถ์แห่งนี้ท่านแจ้งว่าก่อสร้างมาแล้วกว่า 30 ปี สร้างเมื่อปี 2526 เดิมการก่อสร้างแบบโบราณ โดยใช้เสาเข็มที่เป็นไม้ ประกอบกับพื้นที่ที่สร้างเป็นบ่อน้ำเก่า โชคดีที่ไม่เกิดการทรุดตัวช่วงที่พระสงฆ์กำลังประกอบพิธีทางศาสนา โดยเฉพาะช่วงก่อนช่วงเข้าพรรษา มีการบวชพระมาตลอดกว่า 50 รูป มีญาติโยมมาร่วมงานทำบุญ รวมถึงการเวียนเทียนด้วย
“เบื้องต้นทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้ามาตรวจสอบและกันพื้นที่ ให้เป็นพื้นที่อันตราย โบสถ์เสียหายทั้งหลังต้องรื้อถอนออกทั้งหมดแล้วสร้างขึ้นมาใหม่ วัดเป็นวัดเล็กๆ ยังไม่รู้ว่าจะหาทุนทรัพย์จากที่ไหนมาสร้างโบสถ์หลังใหม่ จึงขอบอกบุญไปยังญาติโยม ร่วมกันสมทบทุนในการสร้างโบสถ์หลังใหม่ ซึ่งคิดว่าจะไม่สร้างให้ใหญ่โต สร้างให้พอเพียงเรียบง่าย ใช้ในกิจของสงฆ์เท่านั้น ช่วงนี้การประกอบกิจของสงฆ์ ต้องใช้หอสวดมนต์เป็นการชั่วคราว และหากมีการบวชพระต้องใช้โบสถ์ของวัดใกล้เคียง ก่อนจนกว่าการสร้างจะแล้วเสร็จ สำหรับประชาชนที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคกับทางวัดได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาประตูน้ำพระอินทร์ ชื่อบัญชี วัดสันติธรรมาราม เลขที่บัญชี 126-0-22705-7” เจ้าอาวาส กล่าว


