ผู้บริหารอะควาเรียมเชียงใหม่ ปิ๊งไอเดีย นำกล้องขยาย 1,600 x ส่องพิสูจน์ความเก่าแก่ ของพระเครื่อง แนะมือใหม่ก็ทำได้ มีความแม่นยำสูง ไม่ถูกเซียนหลอกแน่นอน
เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2563 นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ อายุ 52 ปี นักธุรกิจชื่อดังของภาคเหนือ และผู้บริหารระดับสูงของเชียงใหม่อะควาเรียมในสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้นำกล้องความละเอียดสูง ขยายขนาดได้สูงถึง 1,600 x เชื่อมต่อกับทีวีดิจิตอล เพื่อตรวจดูความเก่าของเนื้อพระเครื่องรุ่นต่าง ๆ รวมทั้งกรรมวิธีในการตรวจสอบพระเครื่อง ว่าเป็นของเก่าหรือไม่ ตรวจหามวลสารต่าง ๆ ในพระเครื่อง
นายนฤทัต กล่าวว่า ตนไม่ใช่มืออาชีพ และไม่ได้ว่าจะทำอาชีพเช่าพระหรือซื้อขายพระเครื่องแต่อย่างใด หลังจากที่ตนกลับมาอยู่เมืองไทย และได้ทำธุรกิจที่เชียงใหม่พร้อมกับได้มาบริหารเชียงใหม่ซู อะควาเรียม วันหนึ่งมีพระสงฆ์จากประเทศเมียนมา มาเที่ยวชมในเชียงใหม่ซูอะควาเรียม ประมาณ 50-60 รูป ตนเห็นว่าเป็นพระจึงขอนิมนต์ให้ทุกท่านเข้าชมฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าเข้าใด ๆ
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
หลังจากนั้นพระท่านได้แจกพระธาตุคนละ 5 ถุง ประมาณ 10 กว่าคน ตนได้นำพระธาตุไปวางบนถาด หลายวันต่อมาไปดูกลับพบว่ามีพระธาตุเพิ่มจำนวน ที่บ้านก็พากันตกใจ เชื่อกันว่าน่าจะมีพุทธคุณ
นายนฤทัต กล่าวต่อว่า ตนอยู่ออสเตรเลียมา 20 กว่าปี เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็เริ่มหันมาสนใจพระเครื่อง พระพุทธรูป เริ่มหัดส่องพระโดยศึกษาจากเพื่อนและจากคนที่ชอบเล่นพระ สอบถามเรื่องการดูตำหนิพระ รูปทรงพระ ดูพระแท้เทียม หลังจากนั้นตนก็ได้พระเครื่องมาเยอะมาก
ตนเริ่มศึกษาจากยูทูป จากการสอบถามผู้รู้ และหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ก็พบกับกล้องขยายขนาด 1,600x ตนจึงจัดหาติดตั้งและนำไปทดสอบส่องพระเครื่อง พร้อมกับศึกษาวิธีดูมวลสาร ความเก่า ชั้นของการปั้ม ทำให้ได้เห็นอะไรหลายอย่างเช่น เนื้อมวลสารด้านใน ดูความเก่าของชั้นดินและชั้นหิน จริง ๆ แล้วก็เหมือนกับการศึกษาธรณีวิทยา
นายนฤทัต กล่าวต่อว่า หลังจากใช้กล้องขยาย 1,600x ทำให้เราทราบรายละเอียดต่าง ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์มากนักเหมือนอย่างเซียนพระ ที่มีความชำนาญในการใช้กล้องส่องพระทั่วไป ส่องตรวจสอบกฌทราบถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างแม่นยำ
นายนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ กว่างต่อมา ตนได้เช่าพระรอดจากกรุมาจากคุณลุงท่านหนึ่ง เป็นก้อนดินเก็บไว้สมัยบรรพบุรุษ เป็นก้อนแข็งมาก ยังไม่รู้ว่าภายในก้อนดินนั้นมีพระรอดอยู่องค์ ตนลองใช้กล้องขยาย 1,600x ส่องดูก็พบว่าเนื้อดินเก่ามาก ตนพยายามแกะยังไงก็ไม่สำเร็จ หลายวันต่อมา
เมื่อได้พระรอดกรุนี้มาเป็นก้อนแข็งมาก มือไม่สามารถแบะออกได้ ตนก็มานั่งดุหาทางที่จะแกะมาทีละองค์ ก็จัดการนำมาส่องดูด้วยกล้อง 1,600x ก็พบว่าเนื้อดินเก่าจริง ก็ทั้งเคาะ ก็ไม่สำเร็จ หลายวันต่อมา ตนก็ได้มานั่งดุอีกและได้ภาวนาว่า “หากศักดิ์สิทธิจริงขอให้หลุดจากก้อนดินนี้มาเป็นองค์ให้ผมเถอะ”
จากนั้นต้นลองจับก้อนดินกระแทกกับโต๊ะเบา ๆ ปรากฏว่าพระรอดหลุดจากก้อนดินดังกล่าวอย่างง่ายดาย หลุดออกมาทีละองค์ ตนดีใจมาก ตนได้นำน้ำส้มสายชูมาแช่พระรอดถึง 1 ชั่วโมง พระรอดหลุดออกมาถึง 15 องค์ จึงลองนำมาส่องที่กล้องความละเอียด พบว่ามีสิบกว่าองค์เป็นเนื้อเดียวกันหมด และมี 4 องค์ ที่เนื้อผิดแปลกไป แต่ความเก่าพอกัน รูปทรงเข้าลักษณะตามตำนาน เช่นลายเส้นน้ำตก รูปทรงต่าง ๆ
นายนฤทัต กล่าวอีกว่า การดูพระเก่าพระใหม่ในหลักวิทยาศาสตร์ ทำได้หลายอย่างเช่น ตรวจคาร์บอน 14 หยดน้ำยากรมศิลปากร และดูจากกล้อง 1,600x หากต้องการทราบอายุพระเครื่องเพื่อให้เกิดความมั่นใจตนก็ใช้วิธีใช้กล้องขยาย 1,600x ส่องดูเพื่อความแน่ใจว่าพระเครื่องที่เรามีอยู่ถูกต้องตามตำรา
“ผมมีพระเครื่องแล้วนำขึ้นคอ พอให้เซียนพระดู เซียนกลับบอกว่าไม่แท้ ทำให้เราลังเล ไม่มั่นใจ แต่ผมนั้นหากจะเอาพระมาขึ้นคอ ผมจะนั่งส่องพระองค์นั้นเป็นวัน ๆ ไปหยดน้ำยากรมศิลป์ และให้เซียนพระดู จนมั่นใจ ผมจึงนำขึ้นคอ มาเปิดเผยมาเล่าให้ฟังในครั้งนี้เพื่อให้เป็นกรณีศึกษา สำหรับบุคคลที่จะนำพระดี ๆ เก่าแก่ขึ้นคอ และไม่ต้องไปถูกหลอก เพียงเพราะคำพูดว่า “แท้,ไม่แท้ ” ต้องมีการตรวจสอบพิสูจน์ เพื่อความชัดเจน ต้องลอง…” นายนฤทัต กล่าวทิ้งท้าย