เร่งย้ายพระ-ผู้บำบัดยา วัดดัง ไปเขาชนไก่ หลังถูกร้องเรียน โดนทรมาน เรียกค่าไถ่

20 ก.ย. 2564 - 23:11 น.

ผู้ว่าฯ ย้ายพระ-ผู้บำบัดยา วัดดังเมืองกาญจน์ ไปเขาชนไก่ชั่วคราว หลังถูกร้องเรียน โดนทรมาน เรียกค่าไถ่ ด้านเจ้าอาวาสเครียดมรณภาพ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณี นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความและนายจีรพันธ์ แสงขาว หรือ หมอปลา ร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ที่วัดท่าพุราษฏร์บำรุง อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของชายวัยรุ่นที่เข้ารับการบำบัดว่ามีการถูกซ้อมทรมาน ให้ทำสัญญาและเรียกค่าไถ่ หากจะออกมาก็ต้องจ่ายเงิน โดยมีคนอยู่ประมาณ 300 คน แต่มีห้องน้ำเพียง 2 ห้องลักษณะเหมือนอยู่ในค่ายกักกัน ไม่เป็นไปตามการฟื้นฟู หากใครคิดหลบหนีก็จะถูกใส่กุญแจมือ

ล่าสุด วันที่ 20 ก.ย. 64 ผู้อำนวยการศูนย์บำบัด เผยว่า วันนี้พระครูปลัดประสิทธิ์ ลตินธโร เจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฏร์บำรุง ได้มรณภาพลงก่อนที่ทางทีมงานของทนายไพศาล จะเดินทางมาถึงที่วัดเพียง 15 นาที โดยเจ้าอาวาสสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ประกอบกับเครียดต่อเรื่องราวดังกล่าว จนอาการทรุดลง จนทางลูกศิษย์นำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะมรณภาพลง

ต่อมา หมอปลาพร้อมด้วยทนายไพศาล เดินทางไปที่วัดดังกล่าว เพื่อพูดคุยกับพระและเจ้าหน้าที่ของศูนย์บำบัด พร้อมขอให้เปิดเรือนนอน เพื่อจะได้พูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงจากกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด แต่ทางศูนย์บำบัดไม่ยอมเปิด โดยอ้างเหตุผลด้าน ความปลอดภัย ทำให้ หมอปลา โทรหา นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อให้ช่วยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของ ศูนย์บำบัดเปิดประตูเรือนนอน

จากนั้น นายจีระเกียรติ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางลงพื้นที่วัดด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามข้อร้องเรียนหรือไม่ พร้อมพูด คุยกับกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดที่ถูกขังอยู่ภายใน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีรับปากว่าจะพยายามพูดคุยหาทางออก เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้โดยเร็วที่สุด จากนั้น ได้ร่วมพูดคุยกับทางพระและเจ้าหน้าที่ของศูนย์บำบัด รวมถึงหมอปลาและทนายไพศาล

หมอปลา ยืนยันว่า ตนได้รับการร้องเรียน รวมถึงมีหลักฐานยืนยันว่าสถานบำบัดแห่งนี้ มีการทำร้ายร่างกายผู้เข้ารับการบำบัด มีการกักขังผู้เข้ารับการบำบัดไว้ในโรงนอนที่มีความแออัด และมีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง ขณะที่มีผู้เข้ารับการบำบัดอาศัยอยู่ภายในเรือนนอนถึง216 คน พร้อมขอให้ผู้ว่าฯ พูดคุยสอบถามข้อมูลกับกลุ่มผู้บำบัดโดยตรง เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของศูนย์จะปิดบังข้อมูลไม่ให้ข้อเท็จจริง

ต่อมา กลุ่มเจ้าหน้าที่ของศูนย์บำบัด เกิดความไม่พอใจจนมีปากเสียงโต้เถียงกันไปมาหลายครั้ง หลังการพูดคุยราว 20 นาที ผู้ว่าฯจึงได้สรุปว่า จะได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 นำรถทหาร มารับกลุ่มผู้บำบัด ที่อยู่ในเรือนนอนจำนวน 216 คน รวมถึง กลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์อยู่ภายในกุฏิอีกหลายสิบคน ไปอยู่ที่ค่ายทหารเป็นการชั่วคราว


เนื่องจากเห็นว่าสถานที่เรือนนอนภายในศูนย์บำบัดมีความคับแคบ แออัด และไม่มีความพร้อมในการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมาก จึงให้มีการเคลื่อนย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดกว่า 300 คน ไปอยู่ที่ค่ายฝึก เขาชนไก่เป็นการชั่วคราวโดยทันที หลังขนย้ายกลุ่มผู้บำบัดเสร็จเรียบร้อย ได้มีการจัดทำประวัติของกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด พร้อมติดต่อครอบครัว ให้เข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่และตัดสินใจว่าจะรับกลุ่มผู้บำบัดกลับบ้าน หรือจะส่งไปเข้ารับการบำบัดที่อื่นต่อ

ในส่วนของศูนย์บำบัดแห่งนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและพร้อมรองรับผู้เข้ารับการบำบัดจำนวนมาก แต่หากไม่สามารถปรับปรุงได้ก็อาจจะต้องปิดรับ ผู้เข้ารับการบำบัดไปโดยปริยาย ซึ่งในเรื่องนี้ก็จะต้องขึ้นอยู่กับการหารือกับทางศูนย์บำบัดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่กลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด ซึ่งถูกขังอยู่ภายในเรือนนอน ทราบข่าวว่าจะได้ออกจากศูนย์บำบัดแห่งนี้ ต่างตะโกนร้องด้วยความดีใจและกล่าวขอบคุณผู้ว่าฯ รวมถึงหมอปลาและทนายไพศาล และเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ที่ช่วยให้กลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดได้หลุดพ้นออกไปจากสถานที่แห่งนี้

ต่อมา เวลา 19.30 น. รถทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 ได้เริ่มเดินทางมารับ กลุ่มผู้บำบัดไปอยู่ที่ค่ายฝึกเขาชนไก่ทันที โดยจะขนย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดกว่า 300 คน ให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้ เนื่องจากผู้บำบัดส่วนใหญ่เกรงว่า หากยังต้องนอนค้างคืนที่ศูนย์บำบัดในคืนนี้อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้

ทั้งนี้ จากการสอบถามข้อมูลกับกลุ่มผู้เข้ารับการบำบัด ทราบว่า ในการมาเข้ารับการบำบัดนอกจากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 12,000 บาท ทันทีที่เข้ามารับการบำบัดแล้ว ทุกคนจะต้องถูกส่งมาอยู่ในเรือนนอนซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว ที่มีความแออัด และมี ห้องน้ำเพียง 2 ห้อง ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดที่มากถึง 216 คน

หากผู้เข้ารับการบำบัดรายใดไม่อยากอยู่ในเรือนนอน ก็จะต้อง ยินยอมบวชเป็นพระสงฆ์ เพื่อจะได้ไปอาศัยอยู่ในกุฏิของพระสงฆ์ แต่ในการจะบวชพระนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองอีก 20,000 บาท แลกกับการจะได้บวชเป็นพระและไม่ต้องอยู่ในเรือนนอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เร่งย้ายพระ-ผู้บำบัดยา วัดดัง ไปเขาชนไก่ หลังถูกร้องเรียน โดนทรมาน เรียกค่าไถ่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง