เมื่อเวลา 08.12 น. วันที่ 26 ต.ค. ที่ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ามาได้ถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันที่สิบสอง โดยมีประชาชนพร้อมด้วยคณะต่างๆ สวมชุดไว้ทุกข์เดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย
นางบูยา อาแซ่ อายุ 73 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า เดินทางมาจาก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมลูกสะใภ้ นางศาวณีย์ มาเยอะ อายุ 44 ปี ที่พักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยชุดชนเผ่า
นางบูยา เล่าให้ฟังด้วยภาษาท้องถิ่นพร้อมหลั่งน้ำตา โดยมีลูกสะใภ้แปลความหมายให้ฟังว่า พ่อหลวงทรงงานมานานแล้ว ตอนนี้พ่อหลวงพักผ่อนอยู่บนสวรรค์ ตนรักพ่อหลวงและคิดถึงมาก ลูกคนไหนๆ ก็เป็นลูกของพ่อหลวงทั้งนั้น พ่อหลวงทรงสอนดี เคยรับเสด็จฯ พ่อหลวงเมื่อตอนอายุ 43 ปี ทรงสอนให้ชาวเขาปลูกผักปลูกผลไม้ ทำให้พวกเรามีชีวิตที่ดี ชาวอาข่าหลายคนก็อยากมา แต่เดินทางมาลำบากมาก
ขณะที่ นางศาวณีย์ เปิดเผยว่า ชาวอาข่าเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างมากจากพ่อหลวง ทรงช่วยเหลือพวกเราให้มีที่ทำกิน จากที่ปลูกข้าว ปลูกฝิ่นในสมัยก่อน พ่อหลวงได้สอนให้พวกเราปลูกผักและผลไม้ ทั้งข้าวโพด ผักกาด พริก มะเขือเทศ ส้มเขียวหวาน แล้วยังให้ส่งไปจำหน่ายให้กับโครงการหลวง ทำให้พวกเรามีรายได้แบบไม่ผิดกฏหมาย ลูกหลานเกิดมารุ่นต่อๆ ไปไม่ต้องติดยา พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดี