วราวุธ พบสื่อ เผยสถานการณ์ทะเลไทยดีขึ้นต่อเนื่อง เร่งมาตรการระยะสั้น-ยาว ดูแลโลมาอิรวดี 14 ตัวในไทย ห่วงสูญพันธุ์ เล็งหาน้ำเชื้อเพื่อนบ้านผสมเทียม ด้านท่องเที่ยวอุทยานฯ เตรียมรับนทท. แต่จำกัดจำนวน โชว์อ่าวมาหยา เปิด 4 เดือน แห่เที่ยวเกือบแสนคน สร้างรายได้ 20 ล้าน

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในกิจกรรมกระทรวงทรัพยากรฯ พบสื่อ ครั้งที่ 1 เกี่ยวกับสถานการณ์การดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเทียว

โดยมีนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมให้ข้อมูล

นายวราวุธ กล่าวว่า ในปี 2564 ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งแนวปะการัง และหญ้าทะเลที่มีสภาพสมบูรณ์เกินครึ่ง พื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 แสนไร่ ปัจจุบันมีเนื้อที่ 1.7 ล้านไร่ รวมทั้งมีการพบเห็นสัตว์ทะเลหายากเพิ่มขึ้น อาทิ ฉลามวาฬ โลมา ฉลาม เต่าทะเลมีการวางไข่เพิ่มขึ้นในทุกปี จาก 300 กว่ารัง จนล่าสุด 502 รัง

แต่อย่างไรก็ตามสัตว์ทะเลที่หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ที่น่าห่วง คือ โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ที่เหลือเพียง 14 ตัวเท่านั้น โดยสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้โลมาอิรวดีตาย ส่วนใหญ่ติดเครื่องมือประมง รองลงมา เป็นสาเหตุด้านกายภาพและชีวภาพ

เช่น การลดลงของสัตว์น้ำที่เป็นอาหารของโลมา รวมทั้งการไม่สามารถอพยพเคลื่อนย้ายแลกเปลี่ยนความหลากหลายของสายพันธุ์โลมาอิรวดีกลุ่มอื่นได้ ทำให้เกิดการผสมสายพันธุ์เลือดชิด เป็นผลให้ลูกโลมามีความอ่อนแอ

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดูแลโลมาอิรวดีทั้ง 14 ตัวของเราไว้ให้ได้ โดยมีทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาวในการดูแล อย่างปัญหาเรื่องอาหาร จำเป็นต้องหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเพิ่มปริมาณปลาที่เป็นอาหารของโลมาอิรวดี เพื่อไม่ให้โลมาอิรวดีออกไปหาอาหารไกลจากถิ่นเดิมมากนัก และการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน และชาวประมงในพื้นที่

ส่วนในระยะยาว โดยเฉพาะเรื่องการผสมสายพันธุ์เลือดชิด ตนให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานฯ ร่วมกับสถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเล ให้ร่วมกันศึกษาวิจัยว่า สามารถนำน้ำเชื้อโลมาอิรวดีจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมาผสมเทียมกับโลมาอิรวดีของไทยได้หรือไม่ โดยปัจจุบันในโลกมีโลมาอิรวดีเพียง 5 ประเทศเท่านั้น อินเดีย 140 ตัว อินโดนิเซีย 90 ตัว เมียนมาร์ 80 ตัว กัมพูชา 90 ตัว และไทย 14 ตัว รวมทั้งสิ้น 414 ตัวในโลกเท่านั้น

นายวราวุธ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดรรับนักท่องเที่ยวภายใต้นโยบายเปิดประเทศ ว่า อย่างที่กล่าวไว้ว่า ทรัพยากรทางทะเลมีความเปราะบาง และฟื้นฟูได้ยากกว่าทรัพยากรทางบก ฉะนั้นขอให้นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ ปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆ ของสถานที่แต่ละแห่ง เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์

โดยอุทยานแห่งชาติทั้ง 155 แห่งทั่วประเทศ จะมีการจำกัดนักท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด และแนะนำให้มีการจองการท่องเที่ยวผ่านแอพพลิเคชั่น QuaQ ของกรมอุทยานฯ ส่วนความพร้อมของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในการเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยว ตนได้กำชับให้ปฏิบัติตนโดยยึดกฎระเบียบเป็นหลัก ให้เข้มงวดแต่ไม่ก้าวร้าว อ่อนน้อมแต่ไม่อ่อนแอ รวมทั้งกำชับเรื่องความสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องน้ำของอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ

รมว.ทส. กล่าวอีกว่า อย่างอ่าวมาหยา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ที่มีการเปิดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 65 จนถึง 30 เม.ย. 65 มีนักท่องเที่ยวกว่า 97,000 คน สร้างรายได้กว่า 20 ล้านบาทแล้ว นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้ความนิยมอย่างมาก

อย่างไรก็ตามเรายังคงเคร่งครัดในการจำกัดจำนวนนักท่องเทียวไม่เกิน 380 คน/ชม. ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. หรือประมาณ 4,125 คน/วัน และไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปว่ายน้ำในอ่าว ให้ลงไปเหยียบน้ำทะเลได้ลึกประมาณ 20 ซม. หรือประมาณหน้าแข้งเท่านั้น เนื่องจากรอบบริเวณมีฉลามหูดำ และแหล่งปะการังที่ยังต้องการเวลานับสิบปีในการฟื้นฟูให้อุดมสมบูรณ์

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ตนจะไปดำน้ำสำรวจปะการัง ภายหลังที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินโครงการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล บริเวณเกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งจะไปสำรวจว่าแหล่งปะการังดังกล่าวสามารถพัฒนาเป็นแหล่งดำน้ำเพื่อการท่องเที่ยวแห่งใหม่ได้หรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน